ผู้เขียน หัวข้อ: ปรีชา บุณยเกียรติ - โลกนี้คือละคร (แผ่นครั่ง สปีด 78 )  (อ่าน 7831 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้


เพลง "โลกนี้คือละคร"  ที่นักฟังเพลงเก่าคุ้นเคย ที่ค่ายเพลงดังทำมาขายในรูปแผ่น ซี ดี แต่น้ำเสียงที่ทำมา
กลับขาดอรรรถรสของการฟัง เพราะเขาใช้การคลีนข้าวตอกออกทำในเสียงทึบ  ผมจึงนำแผ่นครั่งเพลงนี้กลับ
มาริปแบบเดิมๆ ไม่ปรุงแต่งมาก    เสียงแห่งอดีตจะกลับมาทำให้น่าฟังอีกครั้ง ลองฟังเทียบกับที่คุณเคยฟัง


ปรีชา  บุณยเกียรติ - โลกนี้คือละคร

กดปุ่มเพื่อฟังเพลง

<a href="http://www.aathituthai.com/images/songs/swf/PReeC2.swf" target="_blank" class="new_win">http://www.aathituthai.com/images/songs/swf/PReeC2.swf</a>

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10-04-2017, 07:16:31 PM โดย สันติ ยะลา »

เพลง "โลกนี้คือละคร" (เขียนได้ 2 แบบ คือ "ละคร" และ "ลคอน")
เป็นเพลงที่คุ้นหูผมมาตั้งแต่วัยเด็ก

โตขึ้นมาหน่อย พิจารณาเพลงนี้ ในแง่ของงานวรรณกรรม (Literature) และ บทกลอน (Poem)
ค้นพบว่า ผู้ประพันธ์ (ครูไพบูลย์ บุตรขัน) เปรียบเทียบชีวิตจริง กับ ชีวิตบนโรงละคร ที่ไม่แตกต่างกัน

บนเวทีละคร ผู้แสดงต้องแสดงบทบาทตามที่ได้รับมอบหมาย แตกต่างกัน บ้างรวย บางจน บ้างลำบาก หลายบทบาท
บนเวลีละครเดียวกัน หลายคนหลายบทบาท
บทบาทบนเวทีผลัดเปลี่ยนหมุนเวียน ตามเนื้อเรื่องในหลายเวที คนเดียวกันแสดงได้หลายบทบาท

บนเวทีชีวิต ต่างคนต่างแสดงบทบาทตามฐานะหน้าที่ บ้างรวย บ้างจน บ้างมีอำนาจ บ้างอยู่ใต้อำนาจ
บทบาทเปลี่ยนไป ตามฐานะ และ หน้าที่ รวย อาจจะต้องกลับมาจน มีอำนาจ อาจจะต้องเสื่อมอำนาจ

แต่ทั้ง บทบาทบทเวทีละคร และ บทบาทบนเวทีชีวิต ต่างก็มีจุดร่วมกัน ที่ทำให้เท่ากัน คือการ "ปิดฉาก"

ปิดฉากละคร ทุกคนบนเวที กลับมาเท่าเทียมกันในฐานะนักแสดง
ปิดฉากเวทีชีวิต ทุกคน เท่าเทียมกัน ที่เชิงตะกอน

ด้วยประโยคจบของเพลง
ซึ่งก่อนหน้านี้ ผมคาดเดาความหมาย ไม่ถูก จนปัจุบัน หลายคนต่างตีความหมาย ตอนจบเพลง กันไปต่าง ๆ นา ๆ
บางครั้งบางครา จนถึงขั้นขัดแย้งกันทางความคิด

อยากถาม ป้านก และ ลุงสายัณห์  ในฐานะ คนฟังเพลง และลุงอาทิตย์ในฐานะผู้กำกับ
ว่า ประโยค (หรือ วรรค) นี้ ครูผู้ประพันธ์ หมายความว่าอย่างไร


ปิดฉากเรืองรองผุดผ่องตระการ
ครั้นแล้วไม่นาน "เปิดผ่าน" เป็นความเศร้าใจ
บางท่านว่า "เปิดม่าน" บางท่านว่า "เปิดผ่าน"
ผมฟังแล้วฟังอีกเป็น "เปิดผ่าน" และยิ่งได้ฟังจากพี่สันติ เพลงนี้น่ฟังมากขึ้น ไพราะมากขึ้น
ทั้งดนตรีและเสียงร้อง มีความ คม มากขึ้น : ขอบคุณครับพี่

      "โลกนี้คือละคร" โลกในเพลงนี้เป็นนามธรรม (การดำเนินชีวิตของคน) ที่สุดท้ายก็สูญสลาย ว่างเปล่า ...ไม่ใช่โลกที่เป็นรูปธรรม ที่ยังคงอยู่ต่อ

      "เปิดผ่าน" อันเป็นประโยคปิดฉากของเพลงนี้ เป็นคำร้องที่ชี้ชัดในตัวอย่างชัดเจนอยู่แล้ว ว่าต้อง เปิดผ่านด้วยความเศร้าใจ นี่เป็นประโยคปลง อย่างลงตัว และชัดเจนว่าต้อง "เปิดผ่าน" อยู่แล้วนี่ครับ

ยังแปลกใจ ดร. ว่ามีด้วยเหรอที่ว่า เปิดม่าน ? เขาใช้วิทยุยี่ห้อไหน...?
เห็นมีคำว่า "เปิดม่าน" มันเป็นไปไม่ได้แต่แรกแล้ว หรือแม้แต่จะคิด เพราะคุณสมบัติของเพลงนี้ และด้วยลักษณะนิสัยของครูไพบูลย์ แต่ง..ย่อมมีความหมายและต้องเป็นเพลงที่ต้องจบลงในเพลงเดียวกัน (แบบที่ครูไพบูลย์ เคยแนะลูกศิษย์ว่า เพลงต้องจบภายในเพลงนั้นๆ) ท่อนท้ายสุด จะมาลงว่า "เปิดม่าน" เริ่มกันใหม่อีกนี่ ยังไงงครูก็ไม่แต่งแบบนี้แน่ เพลงนี้เป็นภาพบังคับให้ "เปิดผ่าน"อยู่แล้ว..


:SKJ_1_21:  ครูไพบูลย์ ท่านสอนตรงและเปรียบอย่างชัดเจนแบบนี้ สำหรับผม ไม่มีอันใดตรงไหน ต้องตีความเลยนี่ครับ

ขอบคุณคุณสันติ มากครับ เพลงนี้ตรงใจจริงครับ
อ้าว.. อ้อ.. เปลี่ยนขอบบภาพให้ดูเป็นขอบฟิล์ม อีกด้วยเหรอ มะมะ.. จะให้คิดว่า เพลงนี้สื่อเป็นละครจริงล่ะสิ.. เอ คิดใช่ย่อยนะ

 

ขอบคุณลุงอาทิตย์ กับ การให้ความเห็นเชิงวิชาการ

"เปิดม่าน" เป็นความเศร้าใจ
หากย้อนกลับ ไปหา สารัตถ (THEME) ของเพลง หรือ สาระสำคัญของเพลง โลกนี้คือละคร
แปลความหมายได้ว่า

บนเวทีละคร  เมื่อฉากเรืองรองจบลง เปิดท่านละครมาอีกที เป็นความเศร้าตามเนื้อเรื่อง

และหากเปลี่ยนคำว่า "เปิดม่าน" เป็นความเศร้าใจ เป็น "ปิดม่าน" เป็นความเศร้าใจ
ความหมาย คงจะหมายถึง เมือปิดฉากที่มีความสุข (เรืองรอง) บนเวที
เมื่อปิดม่านบนเวี สิ่งที่เหลือ คือความเศร้าใจ ในชีวิตจริง

ไม่ใช่จากวิทยุ ยี่ห้อไหนครับ
เคยมีคนนำเพลงนี้ มาบันทึกเสียงใหม่ และ เปลี่ยนเนื้อร้อง จาก "เปิดผ่านเป็นความเศร้าใจ" หรือ "ปิดม่านเป็นความเศร้าใจ"
ผมเองจำไม่ได้ เพราะฟังแค่ครั้งเดียว นานมาแล้ว
และ สงสัยว่า ต้นฉบับเดิม ร้องไว้อย่างไร
เมื่อฟังแล้ว ฟังอีก ต้นฉบับเดิมร้องไว้ว้ "เปิดผ่นเป็นความเศร้าใจ"
ทำให้คิดไกลไปอีก ใครกันนะที่กล้าแก้ไข คำร้อง ที่แต่งโดยครูไพบูลย์ บุตรขัน
ทั้งที่มันมีความหมายสมบูรณ์ ในตัว

จำไม่ได้แล้วครับว่า นักร้องท่านใด ที่บันทึกเพลง โลกนี้คตือละคร แล้วแก้เนื้อเพลงของ ครุไพบูลย์ บุตรขัน
หากท่านใด ไม่ว่า พี่สันติ พี่บุญมา xx่หนุ่มมหาราช พี่อาทิตย์ พี่คำแสง พี่ป้านก พี่ชานนท์ พี่ลุงเล็ก พี่ปู่สายัณห์ พี่วาทิตย์ พี่อ๊อด พี่อธิป
เคยฟัง เพลงโลกนี้คือละคร ฉบับแก้ไขเนื้อร้อง ช่วยนำมาให้ฟังกันบ้างนะครับ

อยากได้ยินเพลงเก่าๆเหล่านี้ จากฝีมือของพี่ๆที่ละเมียดละไม รักษาความเป็นต้นแบบในการริปมานาน
ท่อนท้ายของเพลงที่อาจารย์ปู่่ได้ยินมา ไม่ผิดครับ มีนักร้องท่านนึงแกเปิดม่าน ไม่ใช่เปิดผ่าน
เป็นนักร้องที่อยู่ในดวงใจของใครบางคน ณ บ้านหลังนี้ ลองฟังดูครับ ว่าเสียงใคร

<a href="http://img.laoupload.com/images/16894218182236199077.swf" target="_blank" class="new_win">http://img.laoupload.com/images/16894218182236199077.swf</a>
ลืมไปครับ ยังมีอีกท่านนึง เปิดม่านเหมือนกัน คุณหยาด นภาลัยครับ ยืนยัน

วันนี้ทั้งวัน ขอฟังเพลงนี้ทั้งวัน
ฟังแล้ว ฟังอีก ฟังให้มัได้สาระ ว่า

"เปิดผ่าน" หรือ "เปิดม่าน"
ขอบคุณ ปู่สายัณห์ ที่กรุณายืนยันว่า ตอนจบของเพลงนี้
เปลี่ยนเนื้อร้อง จาก "เปิดผ่าน" เป็น "เปิดม่าน" โดยเสียงร้องของ "ไพรวัลย์ ลูกเพชร" และ "หยาด นภาลัย"
แต่ที่ผมเคยได้ยิน ไม่ใช่ 2 ท่านนี้ ครับ เพิ่งฟังจาก ไพรวัลย์ ลูกเพชร ก็วันนี้เอง
ขอบคุณปู่สายัณห์ อีก 1000 ครั้ง ที่ทำให้ผมทราบความจริง

ปิดฉากเรืองรองผุดผ่องตระการ
ครั้นแล้วไม่นาน "เปิดผ่าน" เป็นความเศร้าใจ

หรือ
ปิดฉากเรืองรองผุดผ่องตระการ
ครั้นแล้วไม่นาน "เปิดม่าน" เป็นความเศร้าใจ


มันแตกต่างกันในความหมาย
มันทำให้ THEME และ CONFLICT รวมทั้ง CLIMAX ของงานวรรณกรรม เปลี่ยนไป
มันหมายถึงการเปลี่ยนเจตนารมณ์ของครู ผู้ประพันธ์เพลง เปลี่ยนไป

ขอฟังเพลงนี้ทั้งวัน เทียบกัน ระหว่าง "เปิดผ่าน" กับ "เปิดม่าน"
เพื่อค้นหา THEME และ CONFLICT รวมทั้ง CLIMAX ของบทเพลงโลกนี้คือละคร อีกครั้ง

หากพิจารณาจาก CONTEXT ก่อนหน้าประโยคโจบของเพลงโลกนี้คือละคร
คือ

โลกนี้คือละคร บทบาทบางตอน
ชีวิตยอกย้อนยับเยิน
ชีวิตบางคนรุ่งเรืองจำเริญ
เหมือนเดินอยู่บนหนทางวิมาน

"บท"นี้ ครูคงจะสื่อความหมายว่า ชีวิตบางคนมีขึ้นมีลง
ลางคนลำบาก บางคน รุ่งเรือง
ที่เคยรุ่งเรือง ก็กลับกลายไปนทางตรงข้าม ผลัดเปลี่ยนหนุนเวียนเหมือนเปลี่ยนม่านละคร
ดังจะเป็นได้จากการที่ ครู ขยายความต่อด้วย

โลกนี้นี่ดูยิ่งดูเศร้าใจ ชั่วชีวิตวัย
หมุนเปลี่ยนผันไปเหมือนม่าน

ดังนั้น ชีวิตที่เคยรุ่งเรืองในเวทีชีวิต
หากชีวิตกลับกลายไปทางตรงข้าม คือ

ปิดฉากเรืองรองผุดผ่องตระการ
ชีวิตที่รุ่งเรืองจบแล้ว ดังนั้น

ครั้นแล้วไม่นาน "เปิดผ่าน" เป็นความเศร้าใจ
เปิดม่านผ่านอีกครั้ง มันคือความเศร้าใจ มันคือความเท่าเทียมของทุกคน
เมื่อปิดฉากบนเวทีชีวิตที่รุ่งเรือง
เปิดม่านผ่านมาอีกที คือ ความเศร้าใจของตนเอง และ คนรอบข้าง

ผมพูดมากอาจจะผิดมาก อาจจะแปลเจตนารมณ์ของครูผิดไปมาก

:SKJ_1_21: สิ่งที่ทำให้ผลงานมีคุณค่าต่างกัน ก็เพราะความปราณีตของของผลงานที่ทำออกมาไม่เท่ากัน
และ ลักษณะกระทู้ส่วนใหญ่ที่นี่ ทำให้เราๆหยิบเป็นอาหารสมอง เพื่อให้สมกับที่เสียเวลาเสพอีกด้วย

กระทุ้นี้ ผมเชื่อว่า ฒ.สะตอ (คุณสันติ) หยิบมาริปให้ฟังเพราะความอ่อนไหวอย่างอบอุ่นของคุณสันติเอง เป็นหลัก
กระทู้นี้ ผมเชื่อว่า คุณสันติยุทธ สบช่องพอดีที่ระบายความอึดอัดในสมองของท่าน ลงบ้าง แต่สะกิดให้ อย่างมีสีสัน
กระทู้นี้ ผมเชื่อว่า คุณสายัณห์ ผู้ฟังเพลงหลากหลายอีกท่านนึง จึงสนใจเสริมกระทู้ให้สมบูรณ์ในตัว ยิ่งขึ้น


วันก่อน/วันนี้ เรา/ใครใดๆ หากทำผลงานง่ายๆ ผ่านเลยไปอย่างลวกๆ กับงานข่ายวรรณกรรมที่บ่งถึงวัฒนธรรม
วันหน้า เรา/ใครใดๆนั้น ก็จะถูกชนรุ่นหลาน "เปิดผ่าน" ลีลาด้วยความเศร้าใจ เช่นกัน



--------------------
ไม่แน่ใจว่า .. ฒ.สะตอ มีอะไรจะกล่าวไหม หลังจากที่มีเพื่อนๆมาต่อกระทู้แบบนี้
เพราะเกลอสะตอ บรรจงฟังมาก่อนให้เพื่อนๆฟัง   ฟังจนเปลี่ยนขอบของภาพเป็นรอยฟิล์ม
 .. มันต้องมีอะไรแว๊บเข้าในใจเกลอ แหงๆ แต่เกลอไม่ชอบกลั่นออกมา..ให้ข้าอ่าน ..55

 :SKJ_7_03: เกิดไม่ทัน ขออภัยด้วย ช่วยไม่ได้ สวัสดีค่ะ

ปล เพลงเก่า เข้ากับคนวางเพลง :SKJ_2_07:

ความไพเราะก็ขึ้นอยู่กับหูของแต่ละคน แต่ผมชอบของพี่สันติครับ :SKJ_8_98:

เท่าที่มีอยู่และเคยฟังมาคุณภาพเสียงจะหนาทึบ ฟังแล้วอึมครึม วันนี้มีโอกาสเข้ามาฟังต้นฉบับเดิมแบบชัดๆ รู้สึกประทับใจอย่างมากครับ  :SKJ_8_88:

เท่าที่มีอยู่และเคยฟังมาคุณภาพเสียงจะหนาทึบ ฟังแล้วอึมครึม วันนี้มีโอกาสเข้ามาฟังต้นฉบับเดิมแบบชัดๆ รู้สึกประทับใจอย่างมากครับ  :SKJ_8_88:
ในยุคเก่าๆ ก่อนปี 2500 ที่เทคโนโลยียังไม่ทันสมัย แม้แต่การบันทึกเสียงผมไม่แน่ใจว่าเขาจะมีห้องอัดแบบ
ป้องการเสียงรบกวนจากภายนอกหรือไม่. เราจึงฟังเพลงแบบมีเสียงแทรกอยู่บ้าง อีกทั้งวัสดุที่ทำการบันทึก
เช่นแผ่นครั่ง ผิวอุปกรณ์ก็ยังไม่ละเอียดเหมือนในยุคสปีด 33 หรือ 45  ที่เป็นยุคพัฒนาแล้ว จึงทำให้การสัมผัส
ระหว่างปลายเข็มกับแผ่นวัสดุ เสียดสีกันแบบรุนแรง จึงมีเสียงซ่าและเข้าตอกผสมออกมาจำนวนมาก นี่จึงเป็น
แบบเสียงฉบับเดิมที่ไปทำอะไรกับเสียงต้นฉบับได้ไม่มาก มิฉะนั้นอาจทำให้เกิดเสียงสั่ว หรือเสียงทึบขาดความชัด
 ขอบคุณมากครับคุณ มด ที่ได้เข้ามาเยี่ยมและทักทายกัน


ขอบคุณความรู้ดีๆจากท่านสันติ ยะลามากครับ  :SKJ_4_09: