ผู้เขียน หัวข้อ: แก้ว สาริกา ย้อนรอย "จุฬาทิพย์" ภาค 2  (อ่าน 47188 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

แก้ว

 :SKJ_8_01: สวัสดีครับ ท่านผู้มีจิตตเมตตา อันเป็นกุศลอันยิ่งใหญ่ ที่ค้ำจุนโลกและพึงมีต่อเพื่อนมนุษย์ และสัตว์โลก
    หลังจากที่ผมหยุดเขียน ย้อนรอย "จุฬาทิพย์"  จนถึง "มุมหักที่ท้ายคอร์ท" ก็มีท่านที่ผมเคารพ และนับถือ
    ตลอดจน ท่านที่สนใจติดตามอ่าน
    ได้โทรศัพท์ ติดต่อ มาพูดคุยด้วย ถามถึงสารทุกข์สุขดิบกันตามสมควร และก็ได้คุยกันกับอีกหลายคน และก็หลายเรื่อง 
    และก็อีก หลายๆคน บ่นเสียดาย
    ไม่อยากให้จบเร็ว เพราะจุดสนใจ ไม่ได้อยู่ที่ "ชาย เมืองสิงห์" เพียงคนเดียว "ชาย เมืองสิงห์" เป็นศิลปินแห่งชาติ
    โดยทั่วไป ค้นหาประวัติ นั้นไม่ยาก
          แต่สิ่ง ที่ "ชาย เมืองสิงห์" ได้สร้างไว้ ให้กับวงการลูกทุ่ง นั้นมากมาย  สร้างลูกศิษย์ลูกหาไว้ก็เยอะ เขียนต่อได้ไหม
     " นี่เป็นคำพูด จากผู้สนใจติดตามอ่าน ย้อนรอย จุฬาทิพย์ "  ผมชั่งใจอยู่ว่า แล้วเราจะเขียนอะไร โดยที่ผมเอง ตอนระยะหลังก็ไม่ได้
    คุยกับ ท่าน "แอ๊ดมิน" เลย
    แต่กระนั้น กระผมขออนุญาตกราบเรียน ผ่านตัวหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษร ถึง ท่านตรงนี้ว่า กระผม "แก้ว สาริกา" ขออนุญาต ครับ
         - ผลจากที่เขียน "ย้อนรอย ฯ"  ไว้ ใน "สะกิดใจ"   ได้มีนักจัดรายการวิทยุชมชน  ติดต่อผม
    และขอนำเอาไป อ่านออกอากาศ ในรายการ  พร้อมกับ ขอนำประวัติ "แก้วสาริกา" ที่ ท่าน "หนุ่ม เมืองสิงห์" กรุณา วางไว้ใน
    "บ้านสะกิดใจ"
         
         - ติดต่อให้ผม ไปจัดรายการ ทางวิทยุก็หลายราย ทั้ง ลพบุรี, สิงห์บุรี, สุพรรณบุรี, แต่แปลก ที่อ่างทองกลับไม่มี
              ทั้งนี้ ทั้งนั้น ก็เพราะได้รับผลพวง มาจาก การเขียน กระทู้ แก้ว สาริกา ย้อนรอย จุฬาทิพย์ ของท่าน "อาทิตย์ อุทัย" นั่นเอง
                   ผมคำนึง ถึงผลพวงที่จะตามมา ระหว่าง ขั้วบวก กับ ขั้วลบ อันไหนจะมากกว่า
                         " การทำงาน ทำการอะไร หากขาดเพื่อน  ขาดคนสนับสนุน ทุกอย่าง ก็จบ                       
                              อย่างที่ท่าน ผู้หนึ่ง ได้บอกผ่านกระทู้ไว้ ว่า "โลกของออนไลด์ มันมิใช่กองอยู่กับเพียงตัวหนังสือเท่านั้น"
                                                                                       
                                                                                                           โปรดพิจารณาตามที่เห็นสมควร
       

Re: แก้ว สาริกา ย้อนรอย "จุฬาทิพย์" ภาค 2
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: 02-03-2013, 11:54:22 AM »
:SKJ_8_01:
         - ผลจากที่เขียน "ย้อนรอย ฯ"  ไว้ ใน "สะกิดใจ"   ได้มีนักจัดรายการวิทยุชมชน  ติดต่อผม
    และขอนำเอาไป อ่านออกอากาศ ในรายการ  พร้อมกับ ขอนำประวัติ "แก้วสาริกา" ที่ ท่าน "หนุ่ม เมืองสิงห์" กรุณา วางไว้ใน
    "บ้านสะกิดใจ"
         
         - ติดต่อให้ผม ไปจัดรายการ ทางวิทยุก็หลายราย ทั้ง ลพบุรี, สิงห์บุรี, สุพรรณบุรี, แต่แปลก ที่อ่างทองกลับไม่มี
              ทั้งนี้ ทั้งนั้น ก็เพราะได้รับผลพวง มาจาก การเขียน กระทู้ แก้ว สาริกา ย้อนรอย จุฬาทิพย์ ของท่าน "อาทิตย์ อุทัย" นั่นเอง
                   ผมคำนึง ถึงผลพวงที่จะตามมา ระหว่าง ขั้วบวก กับ ขั้วลบ อันไหนจะมากกว่า
                         " การทำงาน ทำการอะไร หากขาดเพื่อน  ขาดคนสนับสนุน ทุกอย่าง ก็จบ                       
                              อย่างที่ท่าน ผู้หนึ่ง ได้บอกผ่านกระทู้ไว้ ว่า "โลกของออนไลด์ มันมิใช่กองอยู่กับเพียงตัวหนังสือเท่านั้น"
                                                                                       
                                                                                                           โปรดพิจารณาตามที่เห็นสมควร
       


ผลจากที่คุณอา เขียนไว้นั้น แม้ผมจะหวังผลนี้ไว้ แต่ไม่ใช่เป้าหมายผม
เพราะ ผมทบทวนหลายครั้งก่อนที่จะโทรปรึกษากับคุณอา ตอนตั้งกระทู้ "ย้อนรอย จุฬาทิพย์" ในครั้งแรก
ประสพการณ์ สอนผมว่า แบบที่อาแก้ว..เป็นอยู่คือ เช่นวันนี้ ผมไม่เคยพบในโลกออนไลน์มาก่อน จึงอยากเห็น และได้เห็นแล้ว
ผมและใครๆ ไม่ผิดหวังที่ศิลปินเก่าไฟแรง ..ทำได้.. อย่างที่คนอื่นๆเขายัง/ไม่มีโอกาส เช่นนี้ ..คุณอาทำได้ดีเกินคาดมากครับ

"ให้อา ได้แสดงเอง แบบที่อาเป็น น่ะครับ"

เป็นเพราะการเล่า/ภาษาของอา เป็นความสามารถทางศิลป์ที่เป็นพร (แสวง+สวรรค์) ของอาแก้วเองทั้งนั้น
ที่ทำให้อามาถึงจุด ที่โลกออนไลน์ ได้รับรู้ว่านี่คือ "แก้ว สาริกา"

ผมสะดุดกับคำว่า  "โลกของออนไลด์ มันมิใช่กองอยู่กับเพียงตัวหนังสือเท่านั้น" พอสมควร
คำนี้ ตีความกว้างมากนะครับ .. มองๆกลับไม่ใช่คำจำกัดความซะแล้ว
สื่อที่สะกิดให้ ผู้เสพอย่างเราๆ สนใจนั้น ปัจจุบัน มันต้องสร้างกระแสขึ้นมา
เหมือนก่อไฟในเตาถ่านสมัยก่อน มันเริ่มจากเศษกระดาษเศษไม้เล็กๆและไม้ขีดไฟ เช่นกัน

คุณอา.. ครับ การที่คุณอาได้เขียนกระทู้ จุฬาทิพย์ ทำแล้วเกิดสุข ก็ขอให้ทำต่อได้เลยครับ
เปรียบกับ เพลงเก่า/เพลงใหม่ .. ในส่วนที่เป็นสมองศิลป์ พวกเรากันเองย่อมมองออกว่า ตัวไหนสะกิดใจเราได้ลึกซึ้งกว่ากัน
..คงจำได้นะครับ ที่จริงไม่อยากมาเอ่ยในที่แจ้งแบบนี้ คือ

"ขอให้อาทำอย่างศิลป์ และเป็น..รอยเชื่อม..ศิลปินเก่าๆกับหลานๆในโลกออนไลน์ ให้ได้"

ผมและเพื่อนๆ จะติดตามผลงานของ อาแก้ว ครับ

 

Re: แก้ว สาริกา ย้อนรอย "จุฬาทิพย์" ภาค 2
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: 02-03-2013, 12:33:03 PM »
ดีแล้วครับ เรื่องเล่าจากคนลูกทุ่งโดยแท้ กินนอน เร่ร่อน เดินสาย อิ่มอด นั่นคือลูกทุ่ง ประสพการณ์จริง แตกต่างจากบทหนังบทละคอน ผมยินดีที่มีศิลปินรุ่นครูบา อาจารย์ มาเล่าเรื่อราวของวงการลูกทุ่ง ที่นับวันจะหาผู้รู้จริง อย่างเป็นเรื่องเป็นราว นั้นยากเต็มที ขอขอบคุณอาจารย์ แก้ว สาริกา อีกครั้ง ด้วยความเคารพ

แก้ว

Re: แก้ว สาริกา ย้อนรอย "จุฬาทิพย์" ภาค 2
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: 04-03-2013, 09:46:24 AM »
 :SKJ_7_09:  ก่อนที่จะเขียน "แก้ว สาริกา ย้อนรอย จุฬาทิพย์" ภาค 2 กระผมพยายาม ที่จะติดตามเพื่อนๆ เพื่อนำมาปะติดปะต่อ ให้เรื่อง ที่จะถ่ายทอดออกไปให้ได้สิ่งที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น จากเพื่อน ร่วม ชายคา "จุฬาทิพย์" มาด้วยกัน ที่ยากสักหน่อย ก็ด้วย อายุไข วัยและสังขาร ที่ร่วงโรยไปตามกาลและเวลา ที่อาศัยอยู่ในโลกใบนี้มายาวนาน  ลูกศิษย์ ของ จุฬาทิพย์ นั้นมีไม่มาก แต่หากว่าถ้าได้รวม จาก "หลังเขาประยุกต์ / จุฬาทิพย์ / พ่อหม้ายพัฒนา / ลูกทุ่งขนานแท้ 1000 เปอร์เซ็น ชาย เมืองสิงห์ / ลูกทุ่งพันทาง ชาย เมืองสิงห์ /  รวมกันแล้ว มีไม่ไช่น้อยเลยทีเดียว...
       จากรุ่น สู่รุ่น และอีก หลายๆ รุ่น ท่านคงได้รับรู้ บ้างแล้ว จาก บทความที่ได้เรียบเรียงมาตั้งแต่ ย้อนรอย จุฬาทิพย์ ช่วงแรก ๆ ทั้งชื่อ นักร้อง นักดนตรี และโฆษก-ดาวตลก  ขอเรียนท่านว่า ผมได้พบ นักร้องรุ่นน้อง ซึ่งเป็นตัวละครอันสำคัญ ในชุดละครเพลง "อนุทินชีวิตรักสลายของ ชาย เมืองสิงห์" แต่ด้วยยังไม่สะดวกในการเดินทางไปพบ จึงเรียนกับท่านว่า ขอเวลาอีกสักนิดนะครับ คงไม่นานนัก   เจ้าของ เสียงเพลง " ลูกไม่มีแม่ " ( น้ำหยดทีละน้อย น้ำย้อยทีละหยด จะไหลมากหรือไหลน้อย ไหลบ่อยๆ เดี๋ยวมันก็หมด วันหนึ่งกว่าเขาจะรู้ว่าเรานั้นมีค่า ก็ต่อเมื่อน้ำตาเขาหยด เมื่อเราเกิดมาเป็นลูกผู้ชาย จะร้องไห้ไปทำไม ร้องบ่อยๆ คนเขาจะหาว่า "เจ้าน้ำตา" รู้ไหมเจ้าจงเก็บน้ำตาหยดสุดท้ายเอาไว้ให้กับตนเอง ตอนที่ไม่มีปัญญา จะหาเลี้ยงตัวเอง ให้รอดเสียก่อน เถิดลูกรัก )
              เป็นบทความคำพูด ที่ ชาย เมืองสิงห์ ได้สร้าง หยาดรอยน้ำตา ไว้บนใบหน้าของท่านผู้ชม ยากที่จะรู้ลืม                                                      ผู้แสดงตัวลูก อย่าง         "บุญมั่น ขวัญยืน"
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-03-2013, 11:35:15 AM โดย แก้ว สาริกา »

Re: แก้ว สาริกา ย้อนรอย "จุฬาทิพย์" ภาค 2
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: 05-03-2013, 10:49:45 AM »
ขอบคุณอาจารย์แก้ว สาริกา มากที่สุดจากใจอีกครั้ง ที่กรุณา นำเรื่องราว ของ "จุฬาทิพย์" มาเล่าสู่กันฟัง ตามแบบฉบับ ที่ตนเองถนัด
คราวนี้ ผมอยากให้ อาจารย์ เน้นหนัก ไปที่สมาชิกในวง บางคนบางท่าน ตามที่อาจายณ์จำได้

คนแรก ที่ผมอยากทราบ ความเป็นมา และความเป็นไปของ นักร้องหญิงท่านหนึ่ง รู้สึกว่า ชาย เมืองสิงห์ จะแต่งเพลง "ใจจืด"
แก้กับเพลง "อนิจจา" ของลุงหลาด  โฆสิต นพคุณ
นอกจากนี้ยังมีเพลง "ชีวิตนางพยาบาล" อีกหนึ่งเพลง ที่เป็นเพลงที่เพราะมาก

มีฌอกาส อาจารบย์แก้ว คงจะนำเพลง "ใจจืด" และ ชีวิต นางพยาบาล" มาให้สมาชิกฟัง
พร้อมกับเรื่องราวของ นักร้องในวง "ชาย เมืองสิงห์" ท่านนี้ เขาคือใคร ปัจจุบันอยู่ที่ไหน ทำอะไร
อาจารย์แก้ว คงจะเล่าได้ดีที่สุด
ขอบคุณล่วงหน้าครับอาจารย์


*** มาตรวจรับ "ห้องปฎิบัติการคอมพิวเตอร์" ของโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่่ง แถวรามอินทรา
ทดสอบระบบ ทดสอบอะไรหลายอย่าง เพื่อให้เป็นไปตามเสปค ที่กำกำหลดไว้ และ ทดสอบ ระบบการใช้อินเทอร๋เน็ต ไปในตัว
หากพลาดไป คือ ก้าวขาไปในคุกซะครึ่งหนึ่งเลยครับ

Re: แก้ว สาริกา ย้อนรอย "จุฬาทิพย์" ภาค 2
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: 05-03-2013, 11:05:11 AM »
 :SKJ_7_01: ตามมาอ่านต่อค่ะ

แก้ว

Re: แก้ว สาริกา ย้อนรอย "จุฬาทิพย์" ภาค 2
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: 25-03-2013, 08:06:03 PM »
    :SKJ_1_86: นับต่อจากนี้ไป ผมอยากจะขอเรียนเชิญท่านที่เคารพ มาฟื้นฟูความจำกันกับ "แก้ว สาริกา" ย้อนรอยนับจากอดีตที่ผ่านมา
แสนที่จะยาวนานแสน..นาน     มาช่วยกันต่อเติมเสริมสร้าง ให้กับชนรุ่นหลัง ที่สนใจได้รับรู้กับเรื่องเก่าๆ สิ่งเก่าๆ ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะ
นิยาม กับคำว่า "เพลงลูกทุ่ง"  เสียก่อน ก่อนที่ผมจะเขียน "ย้อนรอย จุฬาทิพย์ ภาค 2"     
ผมพยายามนึก และทบทวนถึงเหตุการณ์ วันและเวลา ที่ล่วงเลยมาสุดแสนจะยาวไกล จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี จากปีเป็นสิบปี และจนถึงปัจจุบัน
กว่าหกสิบปีแล้ว ที่ผมได้สัมผัส ยืนอยู่บนโลกใบนี้ ถึงแม้จะรู้ได้ว่ามันช่างแสนยุ่งเหยิงสับสน แต่ก็ยังอยากที่จะอยู่ดูไปเรื่อยๆ ...
        จากยุคหนึ่ง มาสู่อีกยุคหนึ่ง และอีกหลายๆยุคต่อมา วงการเพลงลูกทุ่งได้เปลี่ยนแปลงสถานะภาพไปมาก จนเกือบจะลืมไปว่า
เอ..นี่เราอดีตก็เป็นนักร้องลูกทุ่งกับเขาเหมือนกันนะเนี้ยะ แต่ก็ได้แต่มองดูอยู่ห่างๆ  เห็นเพื่อนๆ หลายคนได้ดิบได้ดี บ้างเป็นนายทุน บ้างเป็นนายห้าง
บ้างเป็นนักจัดรายการ ทั้งวิทยุ-โทรทัศน์โด่งดัง บางคนก็เป็นนักแต่งนักประพันธ์เพลง คนก็นิยมยกย่องเรียกขานว่าท่านเป็นครูเพลง ไอ้บ้างก็เลี้ยงลูก
เลี้ยงหลานอยู่กับบ้าน ไปไหนไม่ไหวแล้ว ที่เห็นดีก็มีอยู่หลายท่าน ได้อาศัยพึ่งใบบุญอยู่ภายใต้ร่มเงาของพระศาสนา อยู่ภายใต้ร่มผ้ากาสาวพัสตร์
ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นธงชัยของพระอรหันต์ทุกพระองค์ บวชจำพรรษาอยู่ในสมณเพศ จนได้เป็น ท่านเจ้าคณะตำบล เป็นพระอุปัฌชาย์จารย์ ก็หลายท่าน
และ หรืออีกหลายคน ขี้เกียจอยู่ดูโลกอันแสนจะสับสนวุ่นวายของบนโลกใบนี้ ลาโลกขี้เกียจหายใจ เสียชีวิตไปเสียก็มาก
             ผมจึงเรียนกับท่านว่ามาเถอะครับ  มีเรื่องที่ อีกหลายๆแง่มุม ที่ยังไม่รู้  และเรื่องราวอีกมากมาย
ที่อยากจะรู้

Re: แก้ว สาริกา ย้อนรอย "จุฬาทิพย์" ภาค 2
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: 25-03-2013, 09:47:08 PM »
เชิญครับอา ผมชอบพลงครูชายครับ ดูครั้งแรกและครั้งดียวที่ โรงภาพยนตร์ ราชารามา อ.ตาคลี ผมมีภาพที่ถ่ายไว้ แวะไปเยี่ยมดูสมัยแอบเข้าข้างหลังดูอาชาย ข้างๆโรงหนังยังมีชื่อวง ชาย เมืองสิงห์ เวลาใครไปแสดง พวกนี้ชอบเขียน แม้แต่เนื้อพลงก็เขียน แจ่มนักมาลี พลงของอาโฆษิต แต่ท่านก็เคยไปร้องที่สวนอาหารแห่งหนึ่งใกล้ทางรถไฟ ชื่อร้านจำไม่ได้ ผมเคยข้าไปทักทายอาโฆษิต














Re: แก้ว สาริกา ย้อนรอย "จุฬาทิพย์" ภาค 2
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: 26-03-2013, 07:37:09 PM »
 :SKJ_7_01:ทุกอย่างเป็นอดีตไปซะแล้วนะคะพี่ชา จากภาพที่พี่ถ่ายสภาพโรงหนังร้างไปแล้ว เสียดายป้านกไม่เคย
ได้ดูคอนเสิร์ตอาชาย เมืองสิงห์สักครั้ง

Re: แก้ว สาริกา ย้อนรอย "จุฬาทิพย์" ภาค 2
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: 26-03-2013, 11:00:50 PM »
ผมก็คนหนึ่งครับ ที่ชอบฟังเสียงร้องเพลงของคุณครูชาย เมืองสิงห์มาก
เริ่มชอบเพลงแรกเลยก็ พี่ไปหลายวัน  ฟังแล้วชอบมาก
จนต้องวิ่งไปหาซื้อเทปผลงานของท่านมาฟังอีกหลายม้วน
สมัยนั้น แผ่นเสียงก็ยังมีขายอยู่ครับ แต่เครื่องเล่นนี่สิ แพงมาก
มีแต่เครื่องเล่นเทปธรรมดาๆ
ซึ่งงานแสดงเวทีของท่าน ผมก็ยังไม่เคยได้ไปดูเลยสักครั้งเดียว
รายละเอียด ข้อมูลต่างๆ ก็ไม่เคยรู้เลย

โอกาสดีมากๆครับ ได้เห็นกระทู้ "ย้อนรอย จุฬาทิพย์"
ขอติดตามรับข้อมูลด้วยนะครับ
ขอบพระคุณคุณ "ครู แก้ว สาริกา"
  (ผมขออนุญาติใช้คำนี้นะครับ)
เป็นอย่างมาก สำหรับข้อมูลที่ได้ชมไปแล้ว
และล่วงหน้าครับ สำหรับข้อมูลต่อจากนี้ ที่จะนำมาให้ได้รับชมกันต่อๆไป

Re: แก้ว สาริกา ย้อนรอย "จุฬาทิพย์" ภาค 2
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: 27-03-2013, 10:06:06 AM »
ผมตามอ่านอยู่นะครับ คุณอา
งานนี้ ขิงแก่..จะเข้มข้น..เป็นขิงผง 100% เลยหรือเปล่าครับ.. :SKJ_8_12:

แก้ว

Re: แก้ว สาริกา ย้อนรอย "จุฬาทิพย์" ภาค 2
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: 27-03-2013, 10:40:00 AM »
    หากจะย้อนรอยอดีต ไปเมื่อครั้งแต่ก่อน ปี 2507  คำว่า "เพลงลูกกรุง" "เพลงลูกทุ่ง, นักร้องลูกทุ่ง, วงดนตรีลูกทุ่ง " ยังไม่มีใครนำคำเหล่านี้มาจำกัดใช้
จะมีก็แต่เพียงคำที่เรียกกันติดปากว่า "เพลงตลาด" จนมีคำเปรียบเปรยเกิดขึ้น "เพลงตลาด กับ เพลงมาตรฐาน"   
ต่อเมื่อจากนั้น พอมีคนนำคำว่า "ลูกทุ่ง"  "ลูกกรุง" มาใช้กัน ก็ได้เกิดมีการโต้แย้งเกิดขึ้น แม้แต่ครูเพลง อย่าง ครู "มงคล อมาตยกุล"
ที่มีลูกศิษย์ลูกหามากมาย ยังพูดอยู่บ่อยครั้ง ว่าเพลงไหนลูกทุ่ง และเพลงไหนลูกกรุง
       ต้อง อย่าง สุเทพ วงศ์กำแหง, ชรินทร์ นันทนาคร, สวลี ผกาพันธ์, จินตนา สุขสถิตย์, หรือ ที่เรียกว่าลูกกรุง 
              และ อย่าง ทูล ทองใจ, สมยศ ทัศนพันธ์, ผ่องศรี วรนุช, วงจันทร์ ไพโรจน์, เรียกว่าลูกทุ่งกระนั้นหรือ   ใครเอาอะไรมาวัด ค่านิยมของเพลงก็ไม่เห็น
จะแตกต่างกันตรงไหน ทูล, สมยศ, ผ่องศรี, วงจันทร์, หรือ แม้แต่ ชาย เมืองสิงห์ ก็โด่งดัง แพ้ใครเสียที่ไหน คนฟังกันทั้งประเทศ
       นี่คือคำพูดของครูเพลง ที่แต่งเพลงให้ "ชรินทร์ นันทนาคร"  ให้ "สุรพล สมบัติเจริญ" ขับร้อง และอีกมากมาย ที่ "ฝากไว้ให้อนุชนคนรุ่นหลัง"
ครู ที่ทุกคนให้ความเคารพเทิดทูนและยกย่อง ครู ผู้ซึ่งเป็นเพื่อนรัก ของ ครู "ไพบูลย์ บุตรขัน"
                                                             ครู ผู้ซึ่งเป็นครูของนักร้อง-นักแต่งเพลง
อย่าง ครู นคร ถนอมทรัพย์ , พระหลวงพ่อ พร ภิรมย์, ครู ลพ บุรีรัตน์, ครู ชาย เมืองสิงห์, และ เป็น ครู ของนักแต่งเพลง  ที่ แต่งเพลง ส่วนเกิน
 ให้ "ดาวใจ ไพจิตร"   ได้ขับร้อง  จนดังคับฟ้า  เป็นอมตะแห่งเสียงเพลง           ครูเพลง อย่าง จำนงค์ เป็นสุข หรือ สรวง สันติ
 

                                    เป็นครู ที่ ครูไพบูลย์ บุตรขัน เรียกอย่างเต็มปาก "ครูมงคล อมาตยกุล"
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18-08-2013, 02:10:18 PM โดย แก้ว สาริกา »

Re: แก้ว สาริกา ย้อนรอย "จุฬาทิพย์" ภาค 2
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: 27-03-2013, 03:00:18 PM »
คำว่า "เพลงลูกทุ่ง" เกิดขึ้นอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2507
โดยผู้ใช้คำนี้คนแรกอย่างเป็นทางการคือ "จำนง รังสิกุล"
เผยแพร่ ออกอากาศครั้งแรกทางโททัศน์ ช่อง 4  บางขุนพรหม

ก่อนหน้านั้น ไม่ว่าจะเป็น ทูล ทองใจ สุรพล สมบัติเจริญ ปอง ปรีดา  และนักร้องดังท่านอื่น ๆ
ที่บันทึกเสียงไว้ก่อนปี 2507 จะถูกเรียกว่า เพลงตลาด หากเนื้อหามีแนวเสียดสีสังคมอย่างเพลงของ
ชลอ ไตรตรองศณ เสน่ห์ โกมารชุน คำรณ สัมบุนณานนท์ จะถูกเรียกว่า "เพลงชีวิต"

ผมไม่แน่ใจว่าช่วงนั้น อาจารย์จำนง รังสืกุล ใช้เกณฑ์ อะไร ในการแป่ง คำว่า "ลูกทุ่ง" กับ "ลูกกรุง" อย่งแยกกันชัดเจน

แต่สำหรับผม การแบ่งประเภทของเพลง ว่าเป็นเพลงแนวใด นั้น มีหลายหลักเกณฑ์
ทำให้ถึงถึงแนวเพลงฝรั่ง คือ เพลงแนวคันทรี่ (Country)
โดย ปกติ คำว่า Country แปลว่า "ประเทศ" แต่คำนี้หากเติมคำว่า "the" นำหน้า เป็น The Country จะหมายถึง "ชนบท"
เพลงแนวคันทรี ของฝรั่งส่วนใหญ๋ จะนำเสนอ เรื่องราว และ วิถีชีวิตของชาวชนบท
เช่น Take ME Home Country Road (ถนนชนบทสายนี้พาฉันกลับบ้านที : อธิบายความนะครับ ไม่ได้แปลตามตัว")
เพลง Cotton Field ทีมีเนื้อหาเพลงกล่าวถึง การทำไร่ฝ้าย
เพลง Shutther Mill  ที่กล่าวถึง การหลั่งไหลของคนยากจนของประเทศอเมริกา ที่รัฐบาลปล่อยข่าวว่า
มีการพบทอง ที่ใกล้ๆ โรงสีของ ลุงมิลล์ ทำให้มีการซัดเซเพนจร ไปขุดทองกันที่นั้น
ในเนื่อเพลงกล่าวถึงความยากลำบากของชาวชนบท ที่เดินทาง ไปขุดทองในดินแดนที่รกร้างว่างเปล่า

สิ่งหนึ่งที่เป็นชนบทของเรา ก็คือ ท้องทุ่ง และวิถีชีวิตของชาวท้องทุ่ง
เพลงลูกทุ่งบ้านเรา ในยุคต้น ๆ มักจะนำเสนอเรื่องราวของ ชาวท้องทุ่ง วิถีชีวิตของชาวชนบท

อย่างเช่นเพลง "ช่อทิพย์รวงทอง" ที่เจ้าของเสียงร้อง ไม่ยอมรับว่าเป็นเพลงลูกทุ่ง
แต่เนื้อหาของเพลง นำเสนอชีวิตของชาวท้องทุ่ง "..รุ่งแล้วอรุณอุ่นไอแสงส่องทั่วท้องคันนา.." หนีไม่พ้นทุ่งนา และ ชาวนา

เพลง "บ้านนาป่าร้าง" ก็นำเสนอวิถึชีวิตของชาวท้องทุ่ง

เพลง "ฝืนนาไร้นาง ของ "ไชยยศ วงศ์เพชร บันทึกเสียงไว้ประมาณ ปี 2503 หรือ 2502 (ด้วยเพลงนี้แหละครับ ทำให้ผมต้องหลงไหล และ ศรัทธา กับคำว่าเพลงลูกทุ่ง" เป็นแรงจูงใจทั้งหมด ให้ผมกระโดดเข้าศึกษาเพลงลูกทุ่ง ที่บันทึกเรื่องราวของชนชาวไทย ในชนบท)

เพลง "ฝืนนาไร้นาง" บันทึกเรื่องราวของแผ่นดินไทย" ไว้ได้อย่างยอดเยี่ยมมาก กล่าวถึง การทิ้งนาลืมทุ่ง ของ หญิงสาวชาวทุ่ง
จากนั้น อีกหลาย ๆ เพลง จะมีเนื้อหาเกี่ยวกับ การทิ้งนา เข้ากรุง อีกมากมาย

เพลงผู้ใหญ่ลี
หากตั้งใจฟังดี ๆ  " พ.ศ.2504 ผู้ใหญ่ลีตีกลองประชุม"
คำว่า สองพันห้าร้อยสี่ กับ คำว่าผู้ใหญ่ลี ไม่ได้พ้องกันโดยบังเอิญ
แต่ พ.ศ. 2504 เป็นปี ที่รัฐบาลไทย ประกาศใช้ แผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติ (ยังไม่มีคำว่าสังคม) เป็นฉบับแรก
เพลงนี้สะท้อนอะไรหลาย ๆ อย่าง เป็นการอธิบายทฤษฎีทางการพัฒนาชนบทได้อย่างเป็นทางการ
หากมีเวลาผมอธิบายเพลงถึงความงดงามและความดีงาม ผู้ใหญ่ลี เพิ่มเติม

ก่อนปี 2507 หลาย ๆ บทเพลง นำเสนอเนื้อหาของชาวท้องทุ่ง วิถีชีวิตของชาวชนบท จึงเป็นส่วนหนึ่ง ที่ทำให้เพลง
ทำนองนี้ ถูกเรียกว่าเพลงลูกทุ่ง

พัฒนาการทางสังคมเปลี่ยนไป การเคลือนย้ายแรงงาน จากชนบทสูเมืองมีมากยึ่งขึ้น
เด็กหนุ่มเด็กสาว ชาวท้องทุ่ง ย้ายเข้ามาเรียน  มาทำมาหาเลี้ยงชีพ ในกรุงเทพมากยิ่งขึ้น
อีกย่างหนึ่ง มีการพัฒนาชนบท ให้กลายเป็นสังคมเมือง
วิถีชีวิตของชาวท้องทุ่ง ชาวชนบท ก็เปลี่ยนไป จากชาวชนบท เป็นชาวเมือง (Mdernization)
พัฒนาการของเพลงลูกทุ่งก็เปลี่ยนไป เนื้อหาก็เปลี่ยนไปตามสังคมที่เปี่ยนไป

ผมชอบเพลงอยู่เพลงหนึ่ง ที่นักแต่งชื่อ "แผน พันธ์สาลี" แต่งไว้ ชื่อเพลง "กลับบ้านนาเถิดน้อง" สันติ พิกุลเงิน" หรือ พรสวรรค์ ลูกพรหม ขับร้องไว้
เพลงนี้ กล่าวถึง การเคลื่อนย้ายทางสังคม (social Mobilization)  และ การเปลี่ยนจาก rural เป็น urban หรือ  urbanization
ครู บันทึกประวัติติศาสตร์เของแผ่นดิน ไว้ในเพลงลูกทุ่งได้อย่างยอดเยี่ยม

เสียดายครับ ครูแผน พันธ์สาลี เสียชีวิต ไปแล้ว ไม่งั้นผมคงไดเมีโอกาส ไปกราบขอบพระคุณท่าน เป็นการส่วนตัว

ส่วนเพลง "ฝืนนาไร้นาง" แต่งโดย "ครูไพบูลย์ บุตรขัน" ท่านก็เสียชีวิต ไปแล้ว
สันนิษฐานว่า คุณไชยยศ วงศ์เพชร ผู้ขับร้องเพลงนี้ น่า จะอยู่ที่ อ.ศรีขรภูมิ จ.สุรินทร์
ผมตั้งใจไว้ 2 ปีมาแล้ว จะหาโอกาส ตลุย อ.ศรีขรภูมิ ตามหา เจ้าของเสียงเพลง ฝืนนาไร้นาง

ว่ามาซะยาวเรื่องเพลงลูกทุ่ง เลยไปซะไกล จึง จ.สุรินทร์

แก้ว

Re: แก้ว สาริกา ย้อนรอย "จุฬาทิพย์" ภาค 2
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: 27-03-2013, 04:14:10 PM »
     สมัยก่อนนั้น การรับฟังเพลงจากเครื่องรับวิทยุนั้น ค่อนข้างจะลำบากยากสักหน่อย ยิ่งตามบ้านนอกด้วยแล้วแทบจะไม่มีเอาเสียเลย หรือบางบ้านที่มี ก็ต้องมีฐานะดีพอสมควร ที่พอจะมีสตางค์ ซื้อเครื่องรับวิทยุไว้ฟังกัน ต้องใช้ถ่านไฟฉายเป็นลังๆ  สำหรับใส่กระบะถ่าน ( เรียกว่าถ่านกระบะ ) เปลี่ยนถ่านทีหนึ่ง
ใช้เป็นโหลๆ แล้วก็หาง่ายเสียที่ไหน ( เห็นมีอยู่ ถ่านตราแมวลอดบ่วง ตรากบ ยังที่หลัง ) มีแล้วต้องต่อสายอากาศ ให้ขึ้นไปในที่สูงๆ บนหลังคาบ้าน
เพื่อรับสัญญาณคลื่นที่ชัดเจน เผลอก็หาย ไฟฟ้าหรือก็ไม่มีใช้ นี่ผมพูดถึงบ้านนอก ที่เรียกกันแบบเจ็บปวด "บ้านนอกคอกนา" จริงๆ 
ยากจะฟังเพลงสักเพลง แต่ละครั้ง ก็ต้องรอให้เขามีงานบุญ เช่น งานบวชนาค, งานแต่งงาน, หรือไม่ ก็มีงานประจำปี ที่วัดใกล้ๆบ้าน มีลิเก มีเครื่องไฟ
ขยายเสียง เขาก็เปิดจานเสียง ( บ้านนอกเขาเรียกจานเสียง ) เราก็คอยฟังเอา ไม่รู้จักชื่อเพลง ไม่รู้จักชื่อนักร้อง เปิดเพลงอะไรมาเราก็ฟังได้ทั้ง น้ า น...
เปิดไปเพลง สองเพลง หรือ สักสามเพลง ก็ต้องเปลี่ยนเข็มเสียทีนึง ( ปลายเข็มมันทู้ ) กว่าจะเสร็จงาน  เข็มที่ใช้แล้วเป็นกอง ไอ้เจ้าของเครื่องไฟ
ที่ขี้เหนียวหน่อย ก็เก็บเอามาฝนใหม่ ฝน ๆ ๆ ให้ปลายเข็มแหลมเล็ก แล้วนำกลับมาใช้อีก ผลปรากฏ จานเสียงเจ๊ง ๆ ๆ...
     มีเพลงเปิดกันก็ไม่มาก จะเปิดเป็นลิเก กันเสียมากกว่า " แผ่นเสียงตรากระต่าย  ขอเสนอ นาฏะดนตรี คณะเกศนานารถ เสนอ เรื่อง ชาละวันกุมภี "
อย่างงี้เป็นต้น ก็ฟังเห็นมีอยู่ไม่กี่เรื่อง เรื่อง พระอภัยมณี, เรื่อง ปลาบู่ทอง, เรื่อง ขุนช้างขุนแผน โห... ฟังมาตั้งแต่เด็ก มีเครื่องไฟงานที่ไหน เขาก็เปิด
ก็เปิด และเปิดแต่ อย่างงี้ ๆ ๆ แหละ  แล้วก็ไม่เบื่อเสียด้วย
             ถึงคราวที่จะเปิดเพลง ก็เปิดเพลง ไม่รู้ว่าใครร้อง เปิดกันจนจำเนื้อได้ และจำมาจนเดี๋ยวนี้...
 " สาริกานกน้อย หน่อล่ะน้อย หน่อละน้อย นวลเอย   ช่ะเออเอ๋ย เจ้าบินจร เที่ยวโฉบฉินบินว่อน เออเอ่อเอย ลงตรงไหนเล่านี่เอ่ย หน่อละนอย ๆ
ฉะนอย นอย นอย  บินคู่อยู่เคียง หวังเคียงชิดชมเชย อกเอย มิเคยจากจร คิดไปให้แสนอาวรณ์  จะหลับจะนอน คิดถึงงามงอน แม่ขนอ่อน สาริกา "...
                ผมจำได้จบเพลง  แต่จนกระทั่งเดี๋ยวนี้ ยังไม่รู้ว่า ชื่อเพลงอะไร และ ใครเป็นคนร้อง...  ฮ้า ๆ ๆ เอิ๊ก                     

Re: แก้ว สาริกา ย้อนรอย "จุฬาทิพย์" ภาค 2
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: 27-03-2013, 04:21:40 PM »
ยิ่งติดตามยิ่งสนุกแล้วละครับ เมื่อข้อมูล
เริ่มมีมาเพิ่มเติมมากขึ้น อ่านเพลินเลยครับ สิ่งต่างๆที่เปลี่ยนแปลงไป
ในแต่ละยุค สมัย  คำบัญญัติบทเพลงที่บอกความหมายของ
ลูกทุ่ง/ลูกกรุง  หรือความเห็นของครูเพลงแต่ละท่าน
และเรื่องราวอีกมากมาย ผมรอติดตามครับ