ผู้เขียน หัวข้อ: แก้ว สาริกา ย้อนรอย "จุฬาทิพย์" ภาค 2  (อ่าน 47173 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

Re: แก้ว สาริกา ย้อนรอย "จุฬาทิพย์" ภาค 2
« ตอบกลับ #15 เมื่อ: 27-03-2013, 04:25:37 PM »
 :SKJ_7_01: ขอบคุณอาแก้วกับพี่สันติยุทธนะคะ วันนี้แทคทีมกันมาเล่าสู่กันอ่าน ทำให้ได้ข้อมูลเพิ่มเติมเยอะเชียวค่ะ

Re: แก้ว สาริกา ย้อนรอย "จุฬาทิพย์" ภาค 2
« ตอบกลับ #16 เมื่อ: 27-03-2013, 04:42:56 PM »
ปี 2507 เกิดคำว่า เพลงลูกทุ่ง
ปี 2508 เด็กน้อยคนหนึ่ง เกิดมา ณ ท้องทุ่ง อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช
ปี 2516 เด็กน้อยคนนี้ เริ่มจำเพลง ลูกทุ่งที่คุณพ่อเปิดจาก วิทยุทรานซิสเตอร์
ตอนนั้น มีเฉพาะ คลื่น AM ล้วน ๆ เท่านั้น
ด้วยฐานะ ความความยากลำบาก แม้จะมีเคื่องเล่นแผ่นเสียง และเครื่องเล่นเทป ขาย
แต่ จนด้วยปัญญา เพราะ จนด้วยทรัพย์

เพลงทีผมจำได้ส่วนใหญ่ เป็นเพลงในยุคปี 2516
ก่อนหน้านั้น ถ้า สถนีวิทยุไม่เปิด ไม่มีโอกาสได้ฟัง

หลายปีต่อมา ฐานะเริ่มดีขึ้นมาหน่อย คุณพ่อซื้อเครื่อเล่นเทป ยี่ห้อ JVC ไว้หนึ่งเครื่อ
แต่ด้วย หากเล่นเทป ด้วยถ่านไฟตรากบ จะเปลืองถ่านมาก อีกทั้ง ที่บ้านยังไม่มีไฟฟ้าใช้
คุณพ่อเลย ซื้อ แบ๊ตเตอร๊รีและ อเด็บเตอร์ เพื่อเปิดเพลงจากเทปฟัง

วงนั้น เพลง "สาวอยู่บ้านได๋" ที่รับร้องโดย ศรชัย เมฆวิเชียร โด่งดังมาก ๆ
พี่ชาย คนโต บอกผมว่า เพลงนีร้ ขับร้องไว้เป็นต้นฉบับ โดย "ปอง ปรีดา"
เทป ตลับแรก ในชีวิตผม ที่ผมซื้อ คือ เทป ชุดสาวฝั่งโขงของ ปอง ปรีดา
ฟังครั้งแรก ผมหลุ่มหลง น้ำเสียงของ ครูปอง ปรีดา มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพลง "เพราะมือเธอปั้น" และ เพลง ผู้เสียสละ
จากนั้น ตามหาซื้อเพลงของ ครูปอง ปรีดา ทุกเพลง ที่มีขายในท้องตลาด
ตามาด้วย เพลงของนักร้องดัง ในยุคก่อนหลายท่าน
"ชาย เมืองสิงห์" เป็นอีกท่นหนึ่ง ทีผมชอบแนวเสียง และ แนวเพลง
ที่ชอบมากที่สุดในเวลานั้นคือเพลง "กิ่งทองใบหยก" อีกเพลงที่ผมจำชื่อไม่ได้ เรือล่มในหนองเก็บทองใส่ถุงใบใหญ๋..
เพลงพระรถ "..ปรางค์เอยเคยจูบลูบไล้ทุกวัน กลิ่นปรางค์ช่างเหมือนกลิ่นจันทร์ รักเอยผูกพันลืมกันไม่ได้
เพลงเมรี ..สุริยาเลื่อนลาลับ ....ณ ริมฝั่งมหานทีพระรถเมรีต่างเศร้าใจ..
และ อีกหลาย ๆ เพลง

วันเวลาผ่านไป หวลให้นึกถึง เพลงเก่า ๆ ที่เคยฟัง ในวัยเด็ก
มาในยุค CD เพลงดี ๆ ที่เคยฟัง ที่คุ้นหู หายไปหลายเพลง

ผมเลยเริ่มต้น ค้นหา จนมาพบเพลง "ฝืนนาไร้นาง" จนพบว่า เพลงดี ๆ ที่ไม่มีรางวัลรองรับ เพลงดี ๆ ที่ไม่เคยได้ฟัง
มันยังมีอีกเยอะ เริ่มต้นค้นหา เริ่มต้นศึกษา

จนได้มารู้จัก นักร้องหลายท่าน
เป็นเรื่องมหัศจรรย์ สำหรับผมมาก วัยเด็กผมดูวงดนตรีอยู๋ 2 วง คือ  "ทูล ทองใจ" และ "กังวาลไพร ลูกเพชร"
จากวันนั้น ถึงวันนี้ ไม่น่าเชื่อว่าผมจะสนิทสนมกับ ครูกังวาลไพร ลูกเพชร แบบคนในครอบครัวได้

จากวันนั้น ถึง วันที่ผมได้รู้จักนักร้องในอดีต อีกท่าน คือ "อาจารย์แก้ว สาริกา"
ที่สร้างแรงจูงใจ ให้ผม ค้นคว้า ค้นหา ทั้งบทเพลง และ นักร้อง
โดยเฉพาะ นักร้องในวง ชาย เมืองสิงห์
แต่ละคน ไม่ค่อยได้ข่าวคราวเลย

อาจารย์แก้ว สาริกา ท่านได้ใช้ความพยายามอย่างหนัก
จากเล่นคอมไม่เป็น จนมาถึงวันที่ท่านทำได้เกือบทุกเรื่องเกี่ยวกับเว็บเพลง แห่ง สะกิดใจ
เรื่องราว ที่อาจารย์เล่ามา คือคุณค่า คือบันทึกของแผ่น ดิน ที่จะถ่ายทอดจากคนรุ่นหนึ่ง สู่ คนอีกรุ่นหนึ่ง
ผมเองก็ต้องกราบขอบพระคุณ อาจารย์ ไว้ ณ โอกาสนี้ด้วยครับ
น้อยคนนัก ที่จะจดจำเรื่องราวในอดีตที่ตนเองเข้าไม่อยู่ในเหตึการณ์
จะมีสักกี่คน ที่ ลงทุนหัดเล่นคอม จนได้มาเล่าเรื่องราวในอดีตให้คนรุ่นหลังได้สึกษา

Re: แก้ว สาริกา ย้อนรอย "จุฬาทิพย์" ภาค 2
« ตอบกลับ #17 เมื่อ: 27-03-2013, 10:12:11 PM »
อาจารย์แก้ว สาริกา ท่านได้ใช้ความพยายามอย่างหนัก
จากเล่นคอมไม่เป็น จนมาถึงวันที่ท่านทำได้เกือบทุกเรื่องเกี่ยวกับเว็บเพลง แห่ง สะกิดใจ
เรื่องราว ที่อาจารย์เล่ามา คือคุณค่า คือบันทึกของแผ่น ดิน ที่จะถ่ายทอดจากคนรุ่นหนึ่ง สู่ คนอีกรุ่นหนึ่ง
ผมเองก็ต้องกราบขอบพระคุณ อาจารย์ ไว้ ณ โอกาสนี้ด้วยครับ
น้อยคนนัก ที่จะจดจำเรื่องราวในอดีตที่ตนเองเข้าไม่อยู่ในเหตึการณ์
จะมีสักกี่คน ที่ ลงทุนหัดเล่นคอม จนได้มาเล่าเรื่องราวในอดีตให้คนรุ่นหลังได้สึกษา

เห็นด้วยจริงๆครับ เพราะหลายวันที่ผ่านมานี้ ผมเริ่มตั้งใจอ่านอย่างจริงจังมากขึ้น เพราะเนื่องมาจากว่า
สำนวนที่ครู แก้ว สาริกา ท่านใช้ในการบอกเล่าเรื่องราว อ่านแล้วชวนให้น่าติดตามมาก
รวมทั้งประสพการณ์ในด้านวงการเพลงลูกทุ่งที่ท่านได้สัมผัสมา ท่านจำได้อย่างแม่นยำมาก
และนำมาถ่ายทอดให้อ่าน ชนิดที่ อ่านแล้ว รู้สึกเหมือนร่วมเห็นภาพเหตุการณ์นั้นๆได้ด้วยตัวเอง
ยิ่งอ่านไปเรื่อยๆ ยิ่งอยากจะรู้เพิ่มมากขึ้นอีก
เหมือนเด็กๆ ที่ได้กินขนมแล้ว ยังอยากจะกินอีกโดยไม่รู้จักเพียงพอ

แก้ว

Re: แก้ว สาริกา ย้อนรอย "จุฬาทิพย์" ภาค 2
« ตอบกลับ #18 เมื่อ: 28-03-2013, 09:22:50 AM »
     ต่อมาการพัฒนาสื่อสาร ของบ้านเมืองเริ่มดีขึ้น เครื่องรับวิทยุก็ปรับระบบมาใช้ ทรานซิสเตอร์ขนาด ใช้ถ่านหกก้อนบ้าง สี่ก้อนบ้าง มีจัดรายการเพลง
เปิดเพลงทางสถานีวิทยุกระจายเสียง กันมากขึ้น และมากขึ้นเรื่อยๆ ที่มีบทบาทการเปิดเพลง และมีชาวบ้านชาวช่อง ติดตามฟังกันงอมแงม ยิ่งเสียกว่าคนแก่ติดหมาก ที่พอจะจำได้ ก็ "สถานีวิทยุยานเกราะ ขวัญใจประชาชน" มี "จำรัส วิภาตวัต" คอยควบคุมดูแล และ ท่านจำรัส ก็ดังมากเสียด้วย ดังถึงขนาด ตั้งเป็นวงดนตรี คณะ "ชุมนุมศิลปิน"  สร้าง เพลิน พรหมแดน,  นิตยา เปิดปัญญา, สุริยา แสวงธรรม, สมศักดิ์ ศรีบางช้าง, ชวนชัย ฉิมพะวงค์ และ อีกมากมาย
จำรัส วิภาตวัต ใช้จังหวะเวลาช่วงนั้น รับงานถ่ายทอดสดตามงานวัด ออกอากาศทางวิทยุยานเกราะ โด่งดังไปทั่วทั้งประเทศ ที่ไหน วัดไหนมีงาน
ก็จะถ่ายทอดสดออกอากาศ ชาวบ้านนอกอย่างเราๆ ก็ตื่นเต้น ไปยืนเกาะแผงลำแพน ที่เขาล้อมเครื่องส่งแอบดู เออ..ดี
    ตามสถานีวิทยุอื่นๆ ก็มีเรื่องเปิดเพลงให้ชาวบ้านฟัง ไม่อยากเล่าเดี๋ยวจะเลอะกันไปใหญ่ แหล่งที่เปิดเพลงก็นี่แหล่ะ วิทยุยานเกราะ, สทร. ปชส.7 เป็นที่รวมแหล่งแห่งความบันเทิงของชาวบ้าน ที่พักใจในการฟังเพลงโดยแท้
       เมื่อมีการเปิดเพลง ก็จะมีโฆษก นักจัดรายการ มาพูดคั้นโฆษณาขายยาขายสินค้า สลับกับการเปิดเพลง เอ้อ..อีตาคนนี้พูดเพราะดี แฮะ..ก็อยากเห็นหน้า เห็นตัวจริง ต้องยอมรับความจริงอย่างหนึ่งว่า "คนเรายังโง่อยู่"  ชะโงกหน้าเข้าไปดูในเครื่องวิทยุ มองไม่ยักกะเห็นตัวแฮะ..  เลยใช้วิธีเขียนจดหมาย ส่งทางไปรษณีย์ ไปขอรูปถ่ายนักจัดรายการ กว่าจดหมายจะถึงมือผู้จัด ใช้เวลาเป็นเดือน เขียนผิด เขียนตก ขอรูปถ่าย เขียนเป็น "ขอรู ถ่าย 1 รู  เพื่อไว้ดูต่างหน้ายามฟังรายการ โฆษก ผู้จัดรายการ ก็อ่านตามนั้นจริงๆ ฟังแล้วก็ขำกลิ้ง

            คนอะไร้.. จะขนาดนั้น ขออะไรไม่ขอ มาขอรู ถ่าย 1 รู เอาไปแล้ว โฆษก เขาจะเอาที่ไหนถ่าย ล่ะครับ        

แก้ว

Re: แก้ว สาริกา ย้อนรอย "จุฬาทิพย์" ภาค 2
« ตอบกลับ #19 เมื่อ: 28-03-2013, 11:15:55 AM »
    คนจัดรายการ เปิดเพลง ประกาศชื่อเพลง บอกชื่อนักร้อง ผู้ร้องเพลง เอาล่ะ ทีนี้เริ่มรู้แล้ว ว่าเพลงนั้นเพลงนี้ ๆ ๆ ๆ ใครร้อง 
เพลงของ ครูคำรณ สัมปุณณานนท์ เปิดบ่อยและมากที่สุดในยุคหนึ่ง ต่อๆ มา  เบญจมินทร์, สมยศ ทัศนพันธ์, ชาญ เย็นแข, อุดม ผ.เมฆเจริญ,
มีศักดิ์ นาครัตน์, ทูล ทองใจ, สุรล สมบัติเจริญ, ก้าน แก้วสุพรรณ, ชัยชนะ บุญนะโชติ, ยงยุทธ เชี่ยวชาญชัย, วงจันทร์ ไพโรจน์, พร ภิมย์,
ศิริจันทร์ อิศรางกูล ณ อยุธยา,     
                     ไอ้เราจะฟังเพลง แม่จะฟังลิเก  แม่เผลอ ออกนา ผมแอบโขมยเอาวิทยุซ่อน  แม่กลับจากนาหาวิทยุไม่เจอ บ่นน้ำหมากกระจาย...
                                                                ( แกล้งแม่ อย่าเอาอย่างนะ บาป )
     ผมชอบฟังเพลง แม่ชอบฟังลิเก แกฟังของแกทุกคณะ ฟังจนอ้าปากน้ำหมากไหลไม่รู้ตัว พอรู้ตัว หยิบผ้าเหน็บอยู่ที่พุง ขึ้นมาเช็ดน้ำหมาก ฟังต่อ
ฟังของแกทั้งวัน คณะโน้นจบ ก็ย้ายหาคณะนี้ หมุนหาคลื่นฟังไม่ชัด เคาะ โป๊ก ๆ ๆ ๆ  เออ.. ก็มีเหมือนกันเน๊าะ รุ่นกระเทาะดัง แล้วจำแม่นจัง
คณะนี้เล่นสถานีไหน เวลาเท่าไร จำได้หมด   ฟังทุกคณะ เชน เมืองทอง, ก้อง ลือไกล, ทองใบ รุ่งเรือง, เสนาะน้อย เสียงทอง, จำลอง ณ.วังน้อย,
จำลอง นาฏศิลป์, ช. เทพประสิทธิ์, ขุนแผน ลูกปราจีณ, บุญเชิด ท่วงศิริ, เอื้อน คล่องอาษา, แมน ลือนาม, ทุเรียนเล็ก, 
                                                          แม่ผมเล่นยึดวิทยุเลยแหล่ะ...

แก้ว

Re: แก้ว สาริกา ย้อนรอย "จุฬาทิพย์" ภาค 2
« ตอบกลับ #20 เมื่อ: 28-03-2013, 08:46:38 PM »
    พอมาปี พ.ศ. 2504  "ไพรวัลย์ ลูกเพชร" เริ่มจะดัง ด้วยเพลง คำเตือนของพี่, แม่ผักบุ้งบ้านดอน, ดาวจำลอง, เพลง เสียงจากไพรวัลย์ ก็ดังกระหึ่มตามมา ไอ้เราก็ชอบฟังเป็นชีวิตจิตตใจ เพลงไพรวัลย์ร้องเนี่ยะ ฟังทีไรมันเกิดอารมณ์ อันรัญจวนใจเสียนักหนา ฟังแล้วเกิดความสุข เกิดภาพเหมือนจินตนาการณ์ โดยเฉพาะเพลง " เพชรบุรีแห่งความหลัง "         
 "เห็นยอดตาล พริ้วไกวลมลู่  ยืนทะมึนเป็นหมู่  ดังคู่เหมือนใครกู่หา ฟังดั่งเหมือนเสียงน้องข้า ครวญฝากลมแผ่วมา ให้ข้าหวลคืนถิ่นหลัง" ฟังเนื้อหาของเพลง ท่วงทำนองการร้อง การหยอดเสียง ชวนให้น่าหลงไหลยิ่งนัก ใครคิดอย่างไรผมไม่รู้ แต่ผมคนหนึ่งล่ะ ที่จะบอกว่า ตลอดชีวิตนี้ ไม่ต้องหาอีกแล้ว
นักร้องเสียงอย่างนี้   
       อีกเพลง "อยู่กับตายเท่ากัน" หากจะฟังแต่ชื่อของเพลง อาจจะพูดว่า "เพลงอะไรวะ"  ชื่อน่ากลัวจัง ฟังให้ดีๆ เถิดครับเพลงนี้ บ่งบอกถึงความหมาย
ที่ลึกซึ้ง ผมเองก็ยังบรรยายยากจัง แต่เนื้อหานี่ซิ บอกถึงความสวยงามของท้องฟ้า ยามฟ้าสางใกล้สว่าง ท้องฟ้าจับเป็นแสงสีทองอร่ามงามตายิ่งนัก มองเห็นภาพเลยจากเนื้อเพลง บทเพลงที่ครูเพลงเขาแต่ง เนื้อของเพลงข้างในกินใจเหลือเกิน  " ฟ้างามเมื่อจวนจะสาง รุ่งรางมองแสงทองส่องร่าง   ปัจจุสมัยอรุโณทัยจวบเยี่ยมขอบฟ้า  รุ่งสางเหลืองงามอร่ามตา ฟ้าจะงาม งามกระไร "... ฟังแล้วเคลื้ม ชวนฝัน    

Re: แก้ว สาริกา ย้อนรอย "จุฬาทิพย์" ภาค 2
« ตอบกลับ #21 เมื่อ: 28-03-2013, 09:04:24 PM »
ตั้งแต่อาแก้วเล่ามาในภาคนี้ หลานนกรู้จักนักร้องทุกท่านที่อาแก้วเอ่ยชื่อ อีกคนที่หลานประทับใจจนเกือบลืมชื่อเธอไปจากความจำคือ คุณศิริจันทร์ อิศรางกูล ณ อยุธยา ผู้หญิงที่มีเสียงร้องใสดั่งแก้วกังสดาล เสียงช่างหวานประทับใจค่ะ เสียดายปัจจุบันหาฟังน้ำเสียงของเธอไม่ง่ายนัก ที่บ้านหลานนกมีเทปแต่มีเพลงของเธอไม่กี่เพลงค่ะ

Re: แก้ว สาริกา ย้อนรอย "จุฬาทิพย์" ภาค 2
« ตอบกลับ #22 เมื่อ: 28-03-2013, 10:46:26 PM »
ดุเหว่าครวญดั่งจะชวนอุราหวั่นไหว  เกิดมารับกรรมช้ำใจ  อยู่กับตาย เท่ากัน
ฟังแล้วขนลุกเลยครับ ครูเพลงท่านแต่งได้เพราะจริงๆสำหรับเพลงนี้
ไอ้เรื่องฟังวิทยุนี่ก็เหมือนกัน ผมเคยนั่งหัวเราะ ตอนเห็นญาติผู้พี่นั่งฟังนิยาย แล้วร้องไห้
ผมก็นั่งฟังอยู่ แต่ไม่รู้เรื่องกับเขาหรอก ตอนนั้นยังเด็กอยู่
อยากฟังเพลงมากกว่า แต่จำใจต้องฟังนิยายตามเจ้าของเครื่องเขาเปิดแหละครับ

Re: แก้ว สาริกา ย้อนรอย "จุฬาทิพย์" ภาค 2
« ตอบกลับ #23 เมื่อ: 29-03-2013, 10:04:32 AM »
อาแก้วเล่าถึงวิทยุสมัยเก่าใช้ถ่านเป็นกระบะทำให้ผมนึกภาพออกเลย สมัยนั้นที่บ้านผมก็ยังพอจะมีฟังกับเขาเหมือนกัน ขึงสายอากาศที่มุมของหลังคาบ้าน 2 ด้าน ถ่านก็เอามาจากที่ทหารเขาเปลี่ยนทิ้งไม่ใช้แล้ว อาศัยที่พ่อเป็นทหารก็เก็บเอาของเก่าๆนี่แหละเอามาใช้ต่อที่บ้าน คณะลิเกที่อาว่าผมจำได้แค่ ทองใบ รุ่งเรือง เสนาะน้อย เสียง ทอง ขุนแผน ลูกปราจีณ และทุเรียนเล็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งคณะหลังนี้ติดกันงอมแงมทั้งบ้าน  พอมาตอนหลังๆนี่ทรานซิสเตอร์แล้วถ่าน 8 ก้อนบ้าง 4 บ้างค่อยยังชั่ว เอาผ้าคะม้าผูกแล้วห้อยคอเอาไปฟังกลางทุ่งนาได้สบาย ..อาแก้วนี่ช่างจดจำเรื่องราวในอดีตได้แม่นยำเสียจริงเลย บอกจริงๆว่าสนุกมาก น่าติดตาม อยากรบกวนอาแก้วอีกนิดครับ หากว่าอาได้มีโอกาสคุยกับอาชาย เมืองสิงห์ ช่วยกรุณาถามทีครับว่า นักร้องที่ชื่อ อนุสรณ์ ณ เมืองสิงห์น่ะ อาชาย ยังจำได้หรือเปล่า ผมเคยอ่านที่กระทู้ไหนจำไม่ได้แล้วแต่ไม่นานเท่าไรเห็นมีนักร้องเสียงเหมือนอาชาย ไม่แน่ใจครับว่าคนนั้นใช่หรือเปล่า เพราะผมยังจำได้ดีวันที่ไปดูอาชาย แสดงที่หน้าศาลากลางจังหวัดนครสวรรค์แล้วร้องเพลงไม่ได้ แต่ให้นักร้องคนนี้ร้องแทนจนจบทุกเพลงเลย เสียงเขาเหมือนมากที่สุดถ้าไม่เห็นหน้าจะไม่รู้เลยจริงๆว่าไม่ใช่อาชายน่ะครับ

แก้ว

Re: แก้ว สาริกา ย้อนรอย "จุฬาทิพย์" ภาค 2
« ตอบกลับ #24 เมื่อ: 29-03-2013, 10:23:50 AM »
               :SKJ_4_10:            มาแล้วเหรอคุณสมปอง กำลังคิดถึงอยู่พอดี เห็นหายเงียบไปนาน
                                       "ทุเรียนเล็ก" ลิเกดัง อยู่หลัง วัดวิหารขาว ท่าวุ้ง ลพบุรี
                   เล่น เรื่อง "ปีศาจเสือมิ่ง" คนเขียนเรื่องกำกับเรื่อง ส.ไม้เรื้อย คนฟังติดกันทั้งบ้านทั้งเมือง
                      ชาตินี้จะได้เจอหรือเปล่า ก็ยังไม่รู้ กับ ชาย เมืองสิงห์ แต่เอาล่ะ เดี๋ยวจะหาข้อมูลให้
ผมคิดว่า มรกต เมืองกาญจน์ และ บุญมั่น ขวัญยืน น่าจะพอรู้นะถ้าอย่างไรแล้ว คอยติดตามอ่าน ในย้อนรอย ภาค 2 นะครับ 
        เอ...นี่ถ้าหากเราจบเรื่อง ย้อนรอย จุฬาทิพย์ แล้ว ไม่รู้จะเขียนอะไร นำเอาลิเกมาเขียนบ้างน่าจะดีเน๊าะ หรือไง

แก้ว

Re: แก้ว สาริกา ย้อนรอย "จุฬาทิพย์" ภาค 2
« ตอบกลับ #25 เมื่อ: 29-03-2013, 11:24:18 AM »
     กะว่าปีนี้  ขายข้าวได้ จะขอแม่ซื้อวิทยุสักเครื่องไว้ฟังเพลงอวดสาว สมัยก่อนจีบสาวไม่เป็น ก็ใช้วิธีเปิดเพลงที่เนื้อเพลงบ่งบอกถึงความรักความในใจ
เปิดให้สาวได้ยิน สาวชอบ สาวก็ยิ้มให้ สาวไม่ชอบ สาวก็ด่าให้
          เช้าออกไร่ เย็นออกไร่ รดน้ำเก็บผักพรวนดิน เช้าของทุกวัน ช่วยแม่หาบผักไปส่งที่ตลาดศาลเจ้าฯ ขึ้นชื่อแม่เชื้อ คนรู้จักกันทั้งตลาด ส่งแม่แล้ว
เดินกลับบ้าน สายๆ ไปโรงเรียน สามโมงเย็นโรงเรียนเลิกกลับบ้าน นำควายออกไปเลี้ยงกลางทุ่ง ปล่อยควาย แล้วรดน้ำผักที่ไร่ต่อ จวนมืดตะวันโพล้เพล้
ไล่ต้อนควาย หาบผักกลับบ้าน ทำอยู่อย่างนี้ทุกวันจนเป็นกิจวัตร สมัยที่ผมเรียน โรงเรียนเขาหยุด วันโกนกับวันพระ ไม่ได้หยุด เสาร์-อาทิตย์ อย่างเดี๋ยวนี้
เสียเมื่อไหร่ วันหยุดช่วยแม่โขลกข้าวเกรียบ (แม่เขาทำข้าวเกรียบว่าวขายด้วย)
           น่าฤดูเก็บเกี่ยว เสร็จจากงานนา จะขายข้าว สมัยนั้น ข้าวเปลือกขายเกวียนละ 600 กว่าบาท วิทยุทรานซิสเตอร์ "เนชั่นแนล" เครื่องละ 800 บาท
อดอีกไม่ได้กันวิทยุวิทเยอะ ชวดกินแห้วตามเคย
           ปลายปี พ.ศ. 2504 ต่อเนื่อง ปี 2505   "ชาย เมืองสิงห์" ดังระเบิดเทิดเทิง ทุกเพลง ของ ชาย เมืองสิงห์ ที่ออกมาดังหมด ดังไม่หยุด...
เอาแล้วเราแทบคลั่ง  ไหนจะ ไพรวัลย์เอย  ชาย เมืองสิงห์เอย ทำไงวุ้ยเรา แม่เล่นติดลิเกครองเลยวิทยุ อกแทบแตกเลยเรา ทำไงดี...

Re: แก้ว สาริกา ย้อนรอย "จุฬาทิพย์" ภาค 2
« ตอบกลับ #26 เมื่อ: 29-03-2013, 01:44:55 PM »
ชื่อเพลง : อยู่ไปวัน ๆ
คำร้อง ทำนอง : ตะวัน สีทอง
ขับร้อง : อนุสรณ์ ณ เมืองสิงห์
<a href="http://www.huaydethuaydunk.com/uppic/files/9d3e391760345890.swf" target="_blank" class="new_win">http://www.huaydethuaydunk.com/uppic/files/9d3e391760345890.swf</a>

ไม่ทราบเป็น "อนุสรณ์ ณ เมืองสิงห์ ที่ ลุงสมปอง ถามถึงหรือปล่าวครับ ผมเกิด ไม่ทัน

แก้ว

Re: แก้ว สาริกา ย้อนรอย "จุฬาทิพย์" ภาค 2
« ตอบกลับ #27 เมื่อ: 29-03-2013, 01:56:12 PM »
    มุมานะทำงาน หวังเอาใจแม่ ช่วยงานทุกอย่าง เท่าที่กำลังเด็กอย่างเราพึงทำได้ ช่วยแม่ขายของงานวัด แม่ปิ้งข้าวเกรียบขาย, พุดซาเชื่อม, อ้อยควั้น,
ข้าวโพดคั่ว, สับปะรดแช่อิ่ม, มันแกวแช่อิ่ม, มีงานที่ไหนไปที่นั่น งานวัด งานวิก หนังขายยากลางแปลง แม่สงสาร ตัดใจ ยกวิทยุเครื่องที่แม่ฟังอยู่
ให้เราเป็นของขวัญ รางวัล ที่ขยันช่วยแม่มาตลอด  ดีใจแทบตาย แต่ก็คิดอยู่ว่า เอ๊ะ...แม่เอาวิทยุให้เรา แล้วแม่จะเอาที่ไหนฟังลิเก แกติดของแกจะตาย
อดกินหมาก อดฟังลิเก ให้อดข้าวดีกว่า ว่างั้นเถอะ แต่อะไรที่ไหนได้ พอแกเอาเครื่องเก่าให้เรา แกก็งัดหยิบเครื่องใหม่ออกมา เปิดฟังเฉยเลย
         
                                       
                                            เอ๊ะ...นี่ แม่เชื้อ แกแอบซื้อวิทยุเครื่องใหม่ ไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่วุ้ย..แม่เนี่ยะ

Re: แก้ว สาริกา ย้อนรอย "จุฬาทิพย์" ภาค 2
« ตอบกลับ #28 เมื่อ: 29-03-2013, 02:15:01 PM »
[color=blue]ดร.สันติยุทธครับ ชื่ออนุสรณ์ ณ เมืองสิงห์ น่ะน่าจะมีคนเดียวนะ และก็น่าจะเป็นคนเดียวกับที่ผมกล่าวถึงนั่นแหละ แต่ทำไมร้องเพลงนี้เสียงจึงไม่เหมือนอาชาย ฯ เลยครับ ในวันที่ผมฟังเขาร้องเมื่อประมาณ พ.ศ.2523 นั้น พออาชายฯร้องยังไม่ถึงครึ่งเพลงเลยแค่ขึ้นต้นเท่านั้นก็ร้องต่อไม่ได้ อนุสรณ์ ณ เมืองสิงห์ นี่แหละที่ร้องต่อจนจบทุกเพลง และก่อนที่อาชายฯจะออกมาหน้าเวที ผมเคยเล่าไปแล้วว่าโฆษกประกาศว่า ต่อไปนี้ขอเชิญพบกับชาย เมืองสิงห์ แล้วก็เสียงดนตรีบรรเลงและเสียงนักร้องก็ร้องเพลงออกมาจากหลังเวที พอได้สักครึ่งเพลงคนที่เดินออกมากลับไม่ใช่อาชายฯ แต่เป็นอนุสรณ์ ณ เมืองสิงห์  ณ ตอนที่โฆษกประกาศว่าพบกับอาชายและมีเสียงร้องเพลงแต่ยังไม่เห็นนักร้องเดินออกมาหน้าเวทีนั้น ไม่มีใครคิดหรอกครับว่าจะเป็นอนุสรณ ฯ มิใช่อาชาย ฯ คนที่ยืนอยู่ใกล้กับผมยังพูดกันเลยว่าเสียงเหมือนกันเลย ถ้าไม่เห็นหน้าก็คงไม่รู้ความจริง  ตอนนั้นอาชายฯยังกล่าวที่หน้าเวทีว่าจะปั้นนักร้องคนนี้ให้เป็นตัวแทนของชาย เมืองสิงห์  แต่ทำไมเพลงนี้เสียงไม่เหมือนเลยครับ คนเดียวกันหรือเปล่าก็ไม่ทราบครับ แต่อยากทราบจริงๆครับว่าใช่เขาคนนั้นหรือไม่ ขอบคุณอาแก้วอีกครั้งครับสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมของลิเกคณะทุเรียนเล็ก[/color ]ถ้าขับรถกลับบ้านที่ จ.ลพบุรี ทางเส้นทางสิงห์บุรี - ลพบุรี ผ่าน อ.ท่าวุ้งก็จะต้องผ่านหน้าวัดวิหารขาวด้วยถูกต้องเลยครับ

Re: แก้ว สาริกา ย้อนรอย "จุฬาทิพย์" ภาค 2
« ตอบกลับ #29 เมื่อ: 29-03-2013, 08:44:17 PM »
เห็นด้วยครับ หากอาแก้วจะเปิดกระทู้ ลิเก๊ลิเก ขนาบคู่ไปกะ จุฬารัตน์ น่ะครับ..เพราะคนละตลาดกันนี่
คุณลูกจะฟังเพลง... คุณแม่จะฟังลิเก.. ไม่ต้องดูอื่นไกล อิอิ :SKJ_1_19:

ว่าแล้วขึ้นกระทู้เลยดีไหม.. ผมทันแค่สมศักดิ์ ภักดี ..แล้วก็ลิเกไชยา มิตรไชย คนอ่างทองใกล้ๆอา..
นี่ถ้าอาแก้ว เล่าตั้งแต่ยกแรกๆ ที่รู้จักกัน นี่ .. เผลอๆได้เขียนเรื่องลิเก ก่อนเป็นแน่ ครับ