ผู้เขียน หัวข้อ: กังวาลไพร ลูกเพชร : จากใจด้วยใจ ที่ผมมีให้ "ครู"  (อ่าน 23143 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ผม ..ตามอ่านอยู่นะ ด้วยนิสัยใคร่รู้น่ะ.. เห็น ดร. วางหัวข้อ แล้วลงบทความต่างๆ ทั้งภาพและข้อมูล

อืม.. ผมกลับมีความรู้สึกว่า ขาดไปอย่างนึง แบบ..

น่าจะ..มีคลิปเสียง สั้นๆของอากัง ให้ได้ฟังบ้าง สิหนอ.. รับรอง กระทู้แบบนี้สมบูรณ์แบบเชียวหล่ะ
อย่าบอกว่า อาทิตย์ มองเป็นการตลาดน่ะ. เพียงว่าคิดอย่างไรก็บอกหน้าไมค์ ไปอย่างงั้น
เพราะเป็นธรรมดาอยู่.. ที่เวลาคุยน่ะ ใช้อกข้างซ้ายช่วย กระชับคำ กำกับความ เสมอ.. อิอิ.. ดร. น่ะทันกันอยู่แล้ว 55 

ภาพแห่งความทรงจำ สมัยครูเดินสายกับวง ครูสุรพล สมบัติเจริญ

ดูรูป "จอมสลัด(น้อย)" ไปพลางก่อนนะครับ พี่อาทิตย์
ตัวอักษรบนรูป คือลายมือของครูเองครับ

สำหรับ "คลิบเสียงของครูกังวาลไพร ลูกเพชร"
พร้อมทั้งเรื่องราว บางช่วงบางตอน ในวัยเด็กของครู ที่จารจารึกด้วยลายมือของครูเอง
อีกไม่นานเกินรอ ผมจะนำมาฝากสมาชิกสะกิดใจ ที่นี่ที่เดียว ครับ"

ดูรูป "จอมสลัดน้อย" ให้ชัด ๆ ครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15-08-2012, 12:55:31 PM โดย สันติยุทธ »

จาก "จอมสลัด (น้อย)" ถึง "เสือน้อย"
ลายมือของครู ที่ปรากฎบนรูป กับ คำว่า "จอมสลัดน้อย" และ "เสือน้อย"
บ่งบอกถึงความเป็นคนมีอารมณ์ขัน ของครูกังวาลไพร ลูกเพชร

ขยายรูป "เสือน้อย" ให้ดูหน้ากันชัดขึ้นครับ
เพราะฝีมือมีแค่นี้ เลยได้ความคมชัดแค่ที่เห็น
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15-08-2012, 01:07:19 PM โดย สันติยุทธ »

จากซ้าย ไปขวา : กังวาลไพร ลูกเพชร, เมืองมนต์ สมบัติเจริญ, พนมไพร ลูกเพชร, ศรีไพร ลูกราชบุรี
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15-08-2012, 12:28:02 PM โดย สันติยุทธ »

ยุคสมัยที่"ครู" เดินสายกับ "ครูสุรพล สมบัติเจริญ"
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15-08-2012, 12:28:10 PM โดย สันติยุทธ »

ซ้ายมือสุด : ชนะ เพชรอู่ทอง (จากวงจิระบุตร ที่ ครูวินัย แก้วเหนือหมายหมั้นบั้นมือจะให้บันทึกเสียงเพลง "แม่ค้าแม่ขาย)
สถานที่ : ร้านห้วปลาหม้อไฟ ช่องนนทรี พุทธมนฑลสาย 2 เมื่อ วันที่ 7 ตุลาคม 2555
(ชนะ เพชรอู่ทอง : ชือจริง "นะ เลผล" ปัจจุบัน อยู่ที่ จ.ปทุมธานี)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15-08-2012, 12:28:21 PM โดย สันติยุทธ »

กราบขอบพระคุณ "ครูกังวาลไพร ลูกเพชร" ที่ มอบได้แผ่นเสียง เพลงแม่ค้าแม่ขาย ให้ผมไว้เป็นที่ระลึก

การตั้งวง “กังวาลไพร ลูกเพชร” ในครั้งที่ 2
สืบเนื่องจาก ความโด่งดังแบบฉุดรั้งไว้ไม่อยู่ของเพลง “แม่ค้าแม่ขาย”
การตั้งวงในครั้งนี้ “ครูวินัย แก้วเหนือ” ได้ แต่งเพลง
“มาลัยสองชาย” ให้ “ครูกังวาลไพร ลูกเพชร” ใช้เป็นเพลงเปิดตัวหัวหน้าวง

<a href="http://www.youtube.com/v/neIl5j_V5y0&amp;feature=player_detailpage" target="_blank" class="new_win">http://www.youtube.com/v/neIl5j_V5y0&amp;feature=player_detailpage</a>
ครูวินัย แก้วเหนือ ยังพูดถึงเพลง มาลัยสองชาย ว่า..
“ทุกครั้งที่ “กังวาลไพร” ร้องเพลง “มาลัยสองชาย” หน้าเวที จะได้รับ พวงมาลัยเยอะมาก และ
แฟนเพลงหลายท่านถึงกับน้ำตาซึมและร้องไห้ ที่ได้ยินเพลงมาลันสองชาย”

ผมนึกถึงความไพเราะของบทเพลง
ผมนึกถึงภาพที่ “ครู” ร้องเพลงบนเวที
ผมนึกถึงบรรยากาศหน้าเวที
ผมนึกถึงเนื้อเพลงที่ร้องว่า “..หากแฟนๆ ยังไม่คิดหน่าย กังวาลไพร ก็ไม่คิดหนี...”
เสียดายครับ ที่ในวัยเด็กผมไม่ได้เห็นภาพเหล่านั้นด้วยตา
คงได้แต่จินตนาการ ตามเนื้อเพลง และ ลีลาการถ่ายทอดเจตนารมณ์เพลงของครู

ในช่วงนี้ ครูวินัย แก้วเหนือ ได้แต่งเพลงให้ ครูกังวาลไพร ลูกเพชร คือ กรรมของไอ้ทิด สั่งแฟนลาบวช และ แม่ศรีกำเกียง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28-08-2012, 01:40:57 PM โดย สันติยุทธ »


ครู เล่าให้ผมฟังเสมอ ๆ ว่า
“ผมไม่ได้ใช้ความดังของเพลงของผมให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ทุกครั้งที่ผมยกวงไปเดินสาย ผมคิดว่าถือโอกาสไปพบปะแฟนเพลง
และ เป็นการท่องเที่ยวไปในตัว”

ครูยังเล่าต่ออีกว่า
หากมีเวลาตอนกลางวันก่อนที่จะเปิดวิกทำการแสดง
ครูมักจะเดินเข้าไปในท้องทุ่ง หรือไม่ก้อเข้าไปในป่า
ตามประสา คนที่ผูกพันกับ ท้องไร่ ท้องนา และป่าเขา มาตั้งแต่วัยเด็ก

ผมนึกถึงภาพที่ครูเล่าว่า.. บางวันก่อนทำการแสดงผมยังไปอาบน้ำ กระโดดน้ำในลำคลองอยู่คนเดียว..

การตั้งวงในครั้งที่ 2 ของครู จึงไม่ได้มีการวางแผนเพื่อให้เกิดรายได้สูงสุด
รายได้ที่ได้มาพอเลี้ยงสมาชิกในวง ไปวัน ๆ ไม่ได้มีเงินเก็บ  หลายปีที่เป็นอยู่อย่างนี้

เมื่อมีขึ้น ก็ มีลง เป็นธรรมดาของสรรพสิ่ง
การตั้งวงของครูก็เช่นกัน
ถึงวันที่ต้องเลิกลา เลิกวง
สิ่งที่ได้จากการตั้งวง เมื่อตอนเลิกลง คือ

“หนี้สินจำนวน 600,000 บาท (อ่านว่า "หกแสนบาท")”
เป็นหนี้สินที่ครูต้องรับผิดชอบเพียงคนเดียว ทั้งที่ ผู้ที่ทำให้เกิดหนี้สิน ไม่ใช่แค่ครูคนเดียว
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15-08-2012, 12:28:44 PM โดย สันติยุทธ »

ที่มาของ หนี้สิน จำนวน 600,000 บาท
ครูเล่าว่า...ครูได้นำบ้าน(ที่วงเวียนใหญ่ ซึ่งเป็นบ้านหลังที่ 2 ที่ ครูซื้อมาด้วยน้ำพักน้ำแรง)
ไปจำนอง ในราคา 300,000 บาท เพื่อเป็นทุนในการตั้งวง โดยมีผู้รับผิดชอบหนี้สินร่วมกันอีกหลายท่าน

หลายปีที่เดินสาย ไม่ได้ใช้หนี้เลย หนี้สินทั้งหมด จึงเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว
หากจะปล่อยให้ “บ้านที่ซื้อมาด้วยน้ำพักน้ำแรง” หลุดจำนอง
อนาคตข้างหน้าคงไม่เหลืออะไรเลย
ครูเลยกัดฟันชำระหนี้สิน จำนวน หกแสนบาท แต่เพียงผู้เดียว
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15-08-2012, 12:28:56 PM โดย สันติยุทธ »

คือบุญ คือบารมี คือคุณงามความดีที่สร้างสมมา
  ด้วยความเชื่อของผม..ว่า..
   ด้วยคุณงามความดีของครู
   ด้วยบุญ
   ด้วยบารมีของครู
   กระแสธารแห่งน้ำใจของแฟนเพลงหลายราย
   ต่างหลั่งใหล เข้ามาชโลมจิตใจ ที่หดหู่ กำลังใจที่แห้งเหือด หดหาย
   มองไม่เป็นที่ซึ่งจะพึ่งพาของครูในเวลานั้น
   แม้จะเกิดมาใช้ชีวิตแบบ เป็นชายชาติเสือ ไม่เคยขอเนื้อใครกิน
   แม้ไม่ได้ร้องขอความช่วยเหลือจากใคร       
   แต่ด้วยความดีของครูที่สร้างสมมา
   จึงได้บันดาลให้ครูมาพบกับกระแสแห่งความดีของแฟนเพลง   
   ครูไม่ปฏิเสธ น้ำใจที่ท่วมท้นของแฟนเพลง
   บางราย ช่วยครูมาหลายหมื่นบาท
   บางรายช่วยเหลือครูมาร่วมแสนบาท”


คือความมานะ คือความอดทน คือความประหยัด และอดออม
   ไถ่ถอนบ้านคืนมาได้
    แต่เจ้าหนี้ เปลี่ยนจากสถาบันการเงิน
    มาเป็นแฟนเพลงหลายราย

    โลกยังคงหมุน ชีวิตต้องก้าวเดินต่อไป
    หนี้บุญคุณยังรอวันที่ต้องทดแทน หนี้สินยังรอวันที่ต้องชำระ
   
    ครูได้มุมานะ เพื่อหาเงินใช้หนี้
    ไปร้องเพลงตามสวนอาหาร และ คาเฟ่ อยู่หลายปี
    เก็บเล็ก ผสมน้อย ประหยัด อดออม ด้วยความอดทน
 
    ครูเล่าว่า..ค่าตัวไม่ได้มากมาย แต่ส่วนใหญ่จะได้รางวัลจากแฟนเพลง
    รวมรายได้ประมาณ 2,000 บาท ต่อการร้องเพลง 1 คืน
    กับการวิ่งรอกไปร้องเพลง ไม่น้อยกว่า 3 ที ในหนึ่งคืน
    แต่ละที่ แต่ละแห่ง ห่างไกล
    แม้จะเหนื่อยเพียงไร ก็ต้องอดทน เพราะเป้าหมาย คือ ชำระหนี้สิน


คือความรับผิดชอบสูงสุด
    ครูได้ชำระหนี้คืน ให้กับแฟนเพลงทุกท่าน ทุกราย ครบทุกบาททุกสตางค์
 

จาก 2000 บาท เป็น "หกแสนบาท "
   
    ผมนึกภาพไม่ออกว่า ครูต้องร้องเพลงกี่ที่ กี่คืน กี่ครั้ง และกี่เพลง
    ถึงได้เงินมามากมายขนาดนั้น

    ไหนจะต้องกิน ไหนจะต้องใช้จ่าย ไหนจะส่งลูกเรียน
    หนักหนา สาหัส สากรรจ์ กับวิกฤติชีวิตในช่วงนี้

    แต่ด้วยความตั้งมั่นในปณิธานแห่งความดี
    ไถ่ถอนบ้าน ชำระหนี้ ด้วยนำพัก น้ำแรง ด้วยความรับผิดชอบสูงสุด
   
    จากคำบอกเล่าของครู ในช่วงนี้ของชีวิต
    ผมนึกถึง คำ ว่า "ตัวตนที่แท้จริง" 
    ผมนึกถึง คำ ที่ผมอยากบอก "ครู" ว่า..................................


คือลูกผู้ชายที่ชือ “กังวาลไพร ลูกเพชร”
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15-08-2012, 12:29:08 PM โดย สันติยุทธ »

ครูเล่าว่า..............
ในช่วงสนุกอยู่กับการร้องเพลง ตามห้องอาหาร และคาเฟ่ต่าง ๆ
เมื่อชำระหนี้สินหมด ครูเริ่มคิดถึงการเปลี่ยนรถ เนื่องจากคันที่ใช้อยู่ เก่ามากแล้ว

แม้ครูจะขับรถไม่เป็น แต่การมีรถไว้ใช้เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทาง
จ้างคนขับประจำขับรถให้ ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง จึงเพิ่มขึ้น หากไม่จำเป้นจริงๆ ครูจึงไม่ค่อยออกไปไหน

ครูเคยหัดขับรถมาบ้าง แต่ไปเฉี่ยวชนกำแพง ถึง 2 ครั้ง
ครั้งแรกที่จำได้แม่นยำ คือ ขับรถเลี้ยวเข้าเขื่อน "ลำปาว" จ.กาฬสินธุ์"
ครูพูดอย่างติดตลกว่า ด้วยความที่ผมนิสัยดี หันไปโค้งให้กับ รปภ. หันมาอีกที รถไปชนกำแพง

จากการขับรถชนกำแพง ถึง 2 ครั้ง ทำให้ ครูไม่ได้ขับรถอีกเลย ร่วม 40 ปี

เมื่อได้รถไว้ในครอบครอง
กลับเป็นช่วงขาลงของ สวนอาหารและคาเฟ่
รถราเริ่มมากขึ้น
คาเฟ่ทยอยปิดตัวลง
งานร้องเพลงลดน้อยถอยลง
การเดินทาง จากคาเฟ่หนึ่ง ไปยังอีกที่หนึ่ง ที่ยังทนเปิดให้บริการลูกค้า เริ่มลำบากขึ้น
ครูจึงต้องเลิกร้องเพลงตามค่าเฟ่ไปโดยปริยาย

ความลำบกเริ่มมาเยือน
รายได้ไม่มี แต่รายจ่ายเท่าเดิม ที่หนักที่สุด คือ "ผ่อนรถ"

เงินทองที่สะสมไว้ เริ่มหร่อยหรอ และ หมดลง
ทรัพย์สิน ที่ครูสะสมไว้
ถูกทยอย เปลี่ยนเป็น "เงินสด" เพื่อ ดำรงชีพ
อยู่ในสภาพนี้ เป็นเวลาหลายปี
จนทรัพย์สิน ที่เปลี่ยนเป็นเงินได้ ไม่มีเหลือให้เปลี่ยน

แต่แล้ว.....
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15-08-2012, 12:29:19 PM โดย สันติยุทธ »

พี่เรือง หรือ บุญเรือง ชูไพฑูรย์ หรือ เรืองรัตน์ คิดสง่า
รูปนี้ถ่ายเมื่อ ยุคที่ พี่เรือง เป็นนักร้องในวง "ครูสุรพล สมบัติเจริญ"


เรืองรัตน์ คิดสง่า
คู่ชีวิต คู่ทุกข์ คู่ยาก คู่บารมี ของครูกังวาลไพร ลูกเพชร

ในยามที่ "ครู" ไม่มีงานร้องเพลง เนื่องจากการล่มสลายของ "ยุคคาเฟ่"
พี่เรือง คู่ชีวิต ของ ครู ไม่ได้อยู่นิ่งเฉย
ไม่ได้รอดวง รอโชคชะตา รอ เจ้าภาพมาเชิญไปงานร้องเพลง

ทิ้งไมด์ ลืมชุดสวย ๆ ที่เคยใส่หน้าเวที สลัดคราบชีวิตศิลปิน
ตั้งหน้า ตั้งตา หารายได้ มาจุนเจือ เพื่อความอยู่รอด

โอกาสต่อไป.... ผมจะมาเล่าต่อนะครับ
ว่า ผู้หญิงจากท้องทุ่ง จ.พิจิตร ที่ดูเป็นกุลสตรี พูดน้อย ขี้อาย ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร
ได้ช่วย "ครู" ในการหารายได้ มาจุนเจือ ครอบครัวอย่างไร ให้อยู่รอด

รออีกไม่นานครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15-08-2012, 12:29:29 PM โดย สันติยุทธ »

ผม ..ตามอ่านอยู่นะ ด้วยนิสัยใคร่รู้น่ะ.. เห็น ดร. วางหัวข้อ แล้วลงบทความต่างๆ ทั้งภาพและข้อมูล

อืม.. ผมกลับมีความรู้สึกว่า ขาดไปอย่างนึง แบบ..

น่าจะ..มีคลิปเสียง สั้นๆของอากัง ให้ได้ฟังบ้าง สิหนอ.. รับรอง กระทู้แบบนี้สมบูรณ์แบบเชียวหล่ะ
อย่าบอกว่า อาทิตย์ มองเป็นการตลาดน่ะ. เพียงว่าคิดอย่างไรก็บอกหน้าไมค์ ไปอย่างงั้น
เพราะเป็นธรรมดาอยู่.. ที่เวลาคุยน่ะ ใช้อกข้างซ้ายช่วย กระชับคำ กำกับความ เสมอ.. อิอิ.. ดร. น่ะทันกันอยู่แล้ว 55 


เสาร์ที่ 26 พฤษภาคม 255 นี้
"ครู" ชวนผม และ บอสพิชัย ไปเยี่ยมบ้าน "ครูเก่ง บางเก่า" ครูผู้ประพันธ์เพลง "ชุดท้อแต่ไม่ถอย"
ที่ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี (ครูเก่ง บางเก่า เตรียมต้อนรับ อย่างเต็มที่)
และ จะเลย ไปพักผ่อนที่ อ.หัวหิน
คงมีโอกาส ขอให้ครูฝากเสียงสด ๆ ถึง  "ลุงอาทิตย์อุทัย และ สมาชิก ครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 25-05-2012, 07:51:56 AM โดย สันติยุทธ »


เสาร์ ที่ 4 มิถุนายน 255 นี้
ครูชวน ผม ไปร่วมทำบุญสร้างพระ ที่วัดพิกุลแก้ว จ.เพชรบุรี
มีโอกาส จะนำทั้งรูป และ เสียง มาฝากครับ

ส่วนเรื่องราว ในอดีตของครู
โรดติดตามตอนต่อไป ครับ ช่วงนี้ผมยุ่งกับภาระกิจหน้าที่งานราชการหลาย ๆ เรื่อง

ดุรูป "ครู" ในอดีตไปพลาง ๆ ก่อน ครับ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15-08-2012, 02:27:18 PM โดย สันติยุทธ »

<a href="http://www.youtube.com/v/zYYw_JdUhok" target="_blank" class="new_win">http://www.youtube.com/v/zYYw_JdUhok</a>

ติดตามฟังเพลงจาก "น้องฝน" ลูกสาวคนเดียวของ "ครู"
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28-08-2012, 03:27:11 PM โดย สันติยุทธ »